ตอน : หญิงสาวน่ารักฝีมือฉกาจน์ แอลดีไฮน์ เอลดาล่าห์ (สองตอนก่อนหน้านี้ลืมตั้งชื่อตอนไปเลยแฮะ - -")
ณ ที่ปราสาทลึกลับอันมืดมิด หญิงสาวสวมแว่นกำลังเดินไปที่ประตูใหญ่ของปราสาทเพื่อที่จะออกนอกปราสาทไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่ใส่เสื้อผ้าและของกระจุกกระจิกนิดหน่อย ตามมาด้วยหญิงสาวอีกคนซึ่งเป็นคนคนเดียวกับที่ชอบเข้าไปหาหญิงสวมแว่นในห้องที่มีแต่จอมอนิเตอร์บ่อยๆและเธอมักจะทำหน้าตากลมแบ้วแบบแอ๊บๆเสมอ เมื่อทั้งคู่เดินใกล้จะพ้นประตูใหญ่ หญิงสาวสวมแว่นก็หันมาหาหญิงสาวที่เินตามมาอย่างการะทันหัน จนหญิงสาวที่เดินตามมาตกใจ แต่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยน แล้วหญิงสวมแว่นก็พูดขึ้น
"จริงสิ ฉันเป็นหัวหน้า และเธอก็เป็นรองจากฉัน..."
"แล้ว?..." หญิงสาวหน้าตากลมแบ้วที่เดินตามหญิงสวมแว่นพูดถามดวยน้ำเสียงแบบสาวน่ารัก
"ก็คนเป็นหัวหน้าไปเปิดตัวก่อนลูกน้องมันก็ดูไม่งามหนะสิ" หญิงสวมแว่นพูดตอบ
"เอ๋...งั้น...หรือว่าจะให้ฉันไปเจอกับพวกนั้นก่อน?" หญิงสาวหน้าแบ้วถามต่อ
"ถูก!!!" หญิงสวมแว่นตอบแบบเน้นเสียงและลากเสียงพูด
"งานเข้าแต่วันเลย ฉันยังไม่ได้ซ้อมท่าเปิดตัวเลยนะคะ" หญิงหน้าแบ้วพูดขึ้น
"ดูๆหนังขบวนการแปลงร่างบ่อยๆเดี๋ยวมันก็ทำได้เอง ไปๆ ไปได้ละ ชักช้าเสียเวลา" หญิงสวมแว่นพูดต่อแบบปัดๆไป
"แต่คุณเป็นหัวหน้านะ จะปล่อยให้สาวน้อยน่ารักอย่างฉันไปสู้กับพวกนั้นเชียวหรือ..." หญิงหน้าตาแบ้วพูดพร้อมทำเสียงและสีหน้าแบบแอ๊บแบ้ว
"เออๆ ไปด้วยก็ได้" หญิงสวมแว่นตอบแบบปัดๆอีก
แล้วทั้งสองคนก็เดินออกจากปราสาทไป
มาที่โลกจริง ณ ที่บ้านของเคน พวกไดสุเกะได้มารวมตัวกันที่บ้านของเคนเพื่อมาร่วมทานข้าวกัน เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ทุกคนจึงไม่ต้องไปเรียนและได้มาพูดคุยเรื่องต่างๆนาๆกันที่บ้านเคน แต่ไดสุเกะมาเพื่อจะให้เคนสอนการบ้านให้ ถึงเคนจะไม่ใช่เด็กอัจฉริยะเหมือนเมือก่อนแล้ว แต่เขาก็ยังคงมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม เขาจึงสอนการบ้านให้ไดสุเกะได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จะยากก็มีแต่ไดสุเกะที่หัวค่อนข้างช้า บางครั้งเคนต้องพูดซ้ำหลายครั้งจนกว่าไดสุเกะจะทำได้ (แต่แป๊บเดียวก็ลืม) ส่วนพวกดิจิมอนคู่หูของแต่ละคนต่างก็พากันมาเล่นอย่างสนุกสนาน พวกผู้หญิงก็คุยเรื่องต่างๆไปเรื่อยเปื่อย ทาเครุก็นั่งเล่นหมากรุกกับอิโอริ
แต่ในขณะที่แต่ละคนกำลังสนุกสนานกับกิจกรรมเล็กๆในวันหยุด คอมพิวเตอร์ของเคนก็ได้ส่งสัญญาณเตือนบาอย่างออกมา แต่ละคนรีบเข้าไปดูทันที มันเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือจากในโลกดิจิตอล ซึ่งส่งมาจากในเขตทะเลทรายแห่งหนึงซึ่งในบริเวณนั้นมีจุดปรากฏซึ่งแสดงถึงหอคอย dark tower ด้วย
"อะไรกันเนี่ย จะขอักสักวันไม่ได้รึไง การบ้านฉันยังไมเสร็จเลยนะ!!!" ไดสุเกะโวยขึ้นมา
"เอาน่า เดี๋ยวค่อยกลับมาทำก็ได้ ตอนนี้มีคนต้องการความช่วยเหลือนะ" เคนพูดให้ไดสุเกะอารมณ์ดีขึ้น
"ไม่มีใครมีปัญหาแล้วนะ" มิยาโกะพูดขึ้น
แล้วแต่ละคนก็พยักหน้าพร้อมกัน มิยาโกะจึงเปิดประตูสู่โลดิจิตอล แล้วทุกคนก็เข้าไปสู่โลกดิจิตอล
เมื่อทุกคนมาถึงที่ตามพิกัดที่ได้รับสัญญาณ ปรากฏว่าในที่แห่งนั้นมแต่พื้นที่โล่งที่เต็มไปด้วยทรายที่สีค่อนข้างเข้ม ไม่เห็นหอคอย dark tower ในพื้นที่ี่นี้เลย ทุกคนจึงพากันออกสำรวจพื้นที่ แต่ในขณะที่กำลังสำรวจพื้นที่อยู่นั้นเอง อยู่ๆตัวของมิยาโกะก็ถูกพื้นดินสูบหายลงไปในดินอย่างรวดเร็ว คนอื่นๆจะหันมาช่วยแต่ก็ไม่ทันการ มิยาโกะจมหายไปทั้งตัวก่อนที่แต่ละคนจะขยับตัวหันมาช่วยซะด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังตกใจอยู่นั้น อยู่ๆแต่ละคนก็ค่อยๆถูกพื้นดินสูบลงไปทีละคนๆจนเหลือแต่ไดสุเกะและวีมอนเท่านั้น
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไดสุเกะและวีมอนต่างก็ช่วยกันขุดดินในจุดที่แต่ละคนจมหายไปเพราะเขาคิดว่าขุดไปเรื่อยๆคงจะเจอคนอื่นๆแน่ แต่เขานั่งขุดอยู่เกือบชั่วโมงก็พบแต่เศษดินและไม่มีร่องรอยของคนอื่นๆที่ายตัวไปเลย และในขณะนั้นเอง เขาก็นึกบางอย่างออก เขาลองนึกย้อนดูก็พบว่าเขาเคยเจอกับเหตุการณ์ที่คล้ายกับเหตุการณ์นี้มาแล้วเมื่อครั้งที่โลกดิจิตอลยังถูกคุกคามโดยดิจิมอนไกเซอร์ เมื่อเขาคิดออกแล้วเขาก็เลิกขุดแล้วรีบวิ่งไปที่ที่เขาคิดว่าทุกคนน่าจะอยู่ที่นั่น
ไดสุเกะและวมอนวิ่งไปจนถึงร่องเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งบนร่องเขาจุดหนึ่่งมีดินที่ยื่นออกมาจากทั้งสองด้านของร่องเขาและบรรจบกันกลายเป็นสะพานที่เชื่อมร่องเขาทั้งสอง และบนดินที่ยื่นออกมานี้ ไดสุเกะก็เห็นทุกคนที่หายตัวไปถูกจับมัดและถูกแขวนอยู่บนดินที่ยื่นออกมานั้น มันเป็นภาพที่ไดสุเกะเคยเห็นมาแล้ว ในครั้งนั้นมันเป็นเหตุการณ์ที่เขาปะทะกับดิจิมนไกเซอร์และได้รู้ว่าดิจิมอนไกเซอร์คือเคนนั่นเอง แต่ในครั้งนี้คงไม่ใช่ฝีมือของเคนแน่เพราะเคนก็ถูกจับมัดอยู่ด้วยและเคนก็ไม่ใช่ดิจิมอนไกเซอร์แล้ว แต่นี่เป็นเหตุการณ์ที่สร้างเลียนแบบเหตุการณ์ในครั้งนั้น แต่เมื่อไดสุเกะมองลงมาด้านล่างของดินที่ยื่นออกมานั้น ที่พื้นไดสุเกะก็เห็นพวก bakemon ถูกจับมัดไว้พร้อมกับมีระเบิดมัดติดตัวอยู่ ไดสุเกะรู้สึกสับสนกับภาพที่เกิดขึ้นเพราะทีแรกเขาคิดว่านี่จะเป็นฝีมือของพวก bakemon ด้วยแบบเมื่อก่อน แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วเขาคิดผิดหมด ในขณะที่ไดสุเกะกำลังงงกับภาพที่เห็น ก็มีเสียงผู้หญิงนหนึ่งพูดขึ้นมาจากบนร่องเขา
"แหม มาช้าจังนะ คุณโมโตมิยะ"
ไดสุเกะหันไปตามเสียง เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนร่องเขา ไดสุเกะเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน หญิงคนนั้นมีใบหน้าที่ดูกลม แก้มป่องนิดๆ มีตาชั้นเดียว และตาเธอเล็กจนยากที่จะมองเห็นนัยตาของเธอจากระยะไกล ผมของเธอมีสีชมพูอ่อน เธอใส่ชุดคล้ายเครื่องแบบทหารอังกฤษในยุคกลาง ที่เอวข้างซ้ายเหน็บดาบเรเปียที่อยู่ในฝักที่ดูเรียวและยาว และมือซ้ายเธอถือหนังสือบางอย่างอยู่ แต่เมื่อไดสุเกะหันมามองเธอชัดๆ เธอก็โยนหนังสือเล่มนั้นไปด้านหลังและพูดต่อ
"ฉันก็คิดว่าคุณจะปล่อยให้เพื่อนคุณกินลมชมวิวตรงนี้อีกสักหน่อย"
"เธอเองสินะ ที่ทำเรื่องทั้งหมดทีเกิดขึ้นที่นี่ เธอเป็นใครกันแน่!!" ไดสุเกะตะโกนถามด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและหนักแน่น
"อย่าทำเสียงแบบนั้นสิคะ ผู้หญิงไม่ชอบนะรู้ไหม และที่คุณว่ามามันก็ไม่ถูกซะทีเดียว ฉันไมใช่คนที่ทำเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่หรอก แต่ก็มีสวนร่วม คนที่คิดและทำทุกอย่างเป็นหัวหน้าของฉัน ไม่ใช่ฉันนะ" หญิงคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานแบบแบ้วๆ
"เธอยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะ เธอและหัวหน้าของเธอเป็นใคร ต้องการอะไรจากที่นี่กันแน่!!!" ไดสุเกะถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม
"ฉันชื่อแอลดีไฮน์ เอลดาล่าห์ เป็นรองหัวหน้าของลัทธิหมอกยามราตรี ส่วนเรื่องของหัวหน้าของฉันและจุดประสงค์ที่มาที่นี่ ฉันยังบอกไม่ได้" หญิงสาวเจ้าของชื่อแอลดีไฮน์ตอบ
"ทำไมจะบอกไม่ได้!!" ไดสุเกะพูดขัดขึ้น
"อีกไม่นานคุณก็จะได้เจอกับหัวหน้าของฉันแล้ว ไว้ตอนนั้นคุณค่อยถามเอาเองก็แล้วกัน" แอลดีไฮน์ตอบด้วยน้ำเสียงแบ้วเช่นเคย
"แล้วเธอจับเพื่อนฉันไปทำไม คิดจะทำอะไรกันแน่" ไดสุเกะตะโกนถามต่อ
"ทีแรกว่าจะทดสอบอะไรนิดหน่อย แต่ดูเหมือนพวกวิญญาณอย่าง bakemon มันไม่ตกอยู่ใต้อำนาจจิตนี่สิ..."
แล้วหลังจากแอลดีไฮน์พูดจบประโยค เธอก็ดีดนิ้วตัวเอง 1 ครั้ง แล้วทันใดนั้นระเบิดที่ติดอยู่บนตัว bakemon ตัวหนึ่งก็ทำงานแล้วก็ระเบิดขึ้น ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำเอา bakemon ตัวอื่นพากันตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วแอลดีไฮน์ก็พูดต่อ
"ฉันก็เลยต้องมาทดสอบด้วยตัวเอง..."
"ทดสอบ?" ไดสุเกะพูดแบบทิ้งท้ายในเชิงคำถาม
"ทดสอบฝีมือพวกคุณ บังเอิญว่าหัวหน้าของฉันเชื่อว่าพวกคุณจะฆ่าเขาได้ เลยสั่งให้ฉันมาทดสอบดูหน่อย"
แล้วไดสุเกะและวีมอนทำท่าเตรียมที่จะสู้ทันที แต่แอลดีไฮน์ก็ส่ายหน้าพร้อมกับพูดต่อ
"ไม่ๆ ยังก่อน ฉันยังอยากเล่นสนุกสักหน่อย ตอนที่แกเจอดิจิมอนไกเซอตรงนี้ครั้งแรกแกโดนอะไรไปบ้างนะ..."
แล้วแอลดีไฮน์ก็หันหน้าไปทางเคนที่ถูกมัดอยู่
"ว่าไง คุณอดีตดิจิมอนไกเซอร์" แอลดีไฮน์พูดกับเคน แต่เคนก็หันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับกัดฟัน เมื่อเคนไม่ตอบ แอลดีไฮน์จึงพูดต่อ
"เชอะ ไม่บอกฉันสั่งเองก็ได้ งั้น เริ่มจากให้คุณโมโตมิยะคุกเข่าอ้อนวอนฉันก่อน" แอลดีไฮน์พูดพร้อมกับหันหน้าไปทางไดสุเกะ
ไดสุเกะทำท่างงเล็กน้อย แต่แอลดีไฮน์ก็ชักดาบเรเปียของเธอออกมาแล้วตวัดไปที่ฮิคาริ ทันใดนั้นเสื้อของฮิคาริก็ขาดตรงช่วงท้องทั้งๆที่แอลดีไฮน์อยู่ห่างจากฮิคาริมากแต่กลับฟันถึงได้ ไดสุเกะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แอลดีไฮน์ก็พูดต่อ
"ครั้งนี้ให้เฉียดๆ ถ้ายังช้าครั้งต่อไปจะลึกขึ้นนะ" เธอยังพูดด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม แต่เน้นถ้อยคำมากขึ้น
ไดสุเกะคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง เขาจึงคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจนัก ต่อจากนั้นเขาก็ก้มหัวลงกับพื้นแล้วพูดตะโกนขึ้นทันที
"ได้โปรด ปล่อยเพื่อนผมไปเถอะครับ"
วีมอนตกใจกับสิ่งที่ไดสุเกะทำแต่เขาก็ช่วยอะไรไดสุเกะไม่ได้ วีมอนได้แต่ยืนทำสีหน้าแบบไม่พอใจ แล้วแอลดีไฮน์ก็มองไปทางวีมอนพร้อมกับพูด
"ต่อไปทำยังไงนะ พอจะจำได้บ้างไหม"
วีมอนหยุดชะงักทันทีที่แอลดีไฮน์พูดจบ แล้วเขาก็มองไปทางไดสุเกะ
"ไม่เป็นไรหรอก นี่เดิมพันด้วยชีวิตคนอื่นๆเชียวนะ" ไดสุเกะพูดปลอบใจวีมอน
แล้ววีมอนก็ค่อยๆยกเท้าขึ้นแล้วค่อยๆเอาเท้าไปก่ายหัวของไดสุเกะด้วยสีหน้าที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
"ขอโทษนะไดสุเกะ" วีมอนพูดขึ้น
แล้วแอลดีไฮน์ก็มองวีมอนเอาเท้าเหยียบหัวไดสุเกะอย่างช้าๆ แต่เธอไม่พอใจกับภาพที่เห็นนัก เธอจึงสั่งให้วีมอนหยุดแล้วเธอก็มองไปทางเคน
"เฮ้อ ไม่ได้เรื่อง ดิจิมอนไกเซอนี่รสนิยมแปลกดีแฮะ ไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลย"
แล้วแอลดีไฮน์ก็ชี้ดาบเรเปียของเธอไปทางไดสุเกะและวีมอน แล้วเธอก็พูดต่อ
"สีหน้าเมื่อกี้ดูไม่ดีเลยนะ งั้นมาสู้กับฉันเลยดีกว่า"
ไดสุเกะและวีมอนงงกับคำพูดของแอลดีไฮน์จึงนิ่งไปครู่หนึ่ง แอลดีไฮน์จึงพูดต่อ
"อยากช่วยเพื่อนไม่ใช่เหรอ ทำสีหน้าให้มันฮึดสู้หน่อย แล้วมาสู้กับฉัน หรือจะให้เพื่อนแกถูกเฉือนสักชิ้นสองชิ้นถึงจะลุกขึ้นมาสู้หละ"
เมื่อแอลดีไฮน์พูดจบ ไดสุเกะก็ลุกขึ้นแล้วทั้งคู่ก็ตั้งท่าเตรียมที่จะสู้ทันที สีหน้าของวีมอนเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่เตรียมพร้อมจะสู้ แล้วแอลดีไฮน์ก็ยิ้ม
"ต้องแบบนี้สิ ถึงดูน่ารักขึ้นมาหน่อย" เธอพูดเบาๆกับตัวเอง
แล้วไดสุเกะก็ให้วีมอนแปลงร่างเป็นเฟรมดรามอนทันที แล้วทันใดนั้นเฟรมดรามอนก็พุ่งเข้าโจมตีใส่แอลดีไฮน์ทันทีภายใต้เสียงเชียร์จากเพื่อนที่ถูกมัดอยู่
แต่แล้วแอลดีไฮน์ก็ตั้งท่าเตรียมสู้ขึ้นมา แล้วเธอก็ตวัดดาบเรเปียไปที่เฟรมดรามอนทันที ถึงเธอจะอยู่ห่าง แต่คลื่นเฉือนที่เกิดจากลมในการตวัดดาบของเธอก็แรงจนเฟรมดรามอนปลิวกลับไปทิศทางเดิมที่พุ่งขึ้นมา ไดสุเกะจึงรู้ทันทีว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาฝีมือไม่ธรรมดาและไม่เหมือนคนทั่วไป
"ไม่ไหวๆ ถ้าฉันเฉือนให้คมกว่านี้ ตัวนายคงได้ขาดสองท่อนแน่ ตั้งใจหลบหน่อยสิ"
แล้วเฟรมดรามอนก็พุ่งไปหาแอลดีไฮน์อีกครั้งพร้อมกับใช้ท่า Knuckle Fire ปล่อยลูกไฟใส่แอลดีไฮน์อย่างไม่ยั้งมือ แต่แอลดีไฮน์ตวัดดาบครั้งเดียว ลูกไฟทั้งหมดก็ดับเรียบและคลื่นเฉือนของดาบก็ยังไปถูกเฟรมดรามอนทำให้เฟรมดรามอนปลิวออกไปอีก เมื่อเฟรมดรามอนตั้งหลักได้เขาก็พุ่งเข้าหาแอลดีไฮน์อีกครั้งหวังจะใช้การโจมตีระยะประชิดด้วยการเตะและต่อยแทน แต่ถึงเฟรมดรามอนจะรวดเร็วยังไง แอลดีไฮน์ก็หลบได้หมด หนำซ้ำ แอลดีไฮน์ยังคิดจะใช้สันดาบฟาดหน้าเฟรมดรามอนอีก แต่พอตัวดาบจะถึงที่หน้าของเฟรมดรามอนเธอก็หยุดดาบแล้วหันมาชกเข้าที่ท้องแทน เฟรมดรามอนถึงกับทรุดตัวลงกับพื้นกองอยู่ตรงหน้าแอลดีไฮน์ แล้วแอลดีไฮน์ก็พูดขึ้นอีก
"แหม ถ้าหน้าตาแกไม่บาดใจฉันคงจะโดนหนักกว่านี้เยอะ"
แล้วแอลดีไฮน์ก็ตวัดดาบใส่เฟรมดรามอนอีกครั้ง แต่ไม่ได้ให้ตัวดาบโดนเฟรมดรามอน แค่ใช้คลื่นเฉือนจากดาบซัดใสจนเฟรมดรามอนตกลงไปในร่องเขาอีกครั้งและอยู่ข้างๆกับไดสุเกะ
"นังนั่นไม่ใช่คนธรรมดา เราสู้ไม่ไหวแน่" ไดสุเกะพูดกับเฟรมดรามอนที่มีแผลถลอกเต็มตัว
"ฉันยังพอมีพลังเหลืออยู่" เฟรมดรามอนพูดตอบ
"ถ้างั้นลองเสี่ยงด้วยพลังที่เหลืออยู่ของนายก็แล้วกัน" ไดสุเกะพูดด้วยน้ำเสียงที่ปลุกกำลังใจขึ้นมา
แล้วไดสุเกะก็ให้เฟรมดรามอนกลับคืนร่างเป็นวีมอนแล้วก็ให้แปลงร่างอีกครั้ง แต่คราวนี้ให้วีมอนแปลงร่างเป็นไลท์ดรามอน
แสงสีฟ้าจากการแปลงร่างทำให้แอลดีไฮน์รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกหน่อย แต่เธอยังคงยืนนิ่งอยู่ ในขณะที่แสงสีฟ้ายังคงส่องประกายอยู่ ไลท์ดรามอนก็พุ่งออกมาจากแสงแล้วกระโจนเข้าหาแอลดีไฮน์ด้วยความเร็วที่มากกว่าเฟรมดรามอนหลายสิบเท่า แอลดีไฮน์แทบตั้งรับไม่ทัน เธอกระเด็นถอยห่างออกจากจุดที่เธอยืนอยู่เล็กน้อย เมื่อเธอตั้งหลักได้อีกครั้งเธอก็กลับมายืนในท่าตั้งรับพร้อมกับพูดขึ้น
"เร็วสมชื่อเชียวนะ"
"ตั้งรับให้ได้ทั้งหมดก็แล้วกัน!" ไลท์ดรามอนพูดขึ้นพร้อมกับกระโจนเข้าหาแอลดีไฮน์อีกครั้ง แอลดีไฮน์ตั้งรับได้ทัน แต่ไลท์ดรามอนก็โจมตีอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วจนไดสุเกะมองแทบไม่ทัน แต่แอลดีไฮน์ก็ตั้งรับได้หมดทุกครั้ง แต่เมื่อโจมตีบ่อยครั้ง แอลดีไฮน์ก็เริ่มมีอาการอ่อนล้าที่แขนขวาที่เธอจับดาบตั้งรับโดยแสดงออกจากการบิดข้อมือเพื่อคลายอาการดังกล่าว ไลท์ดรามอนสังเกตอาการของแอลดีไฮน์แล้วเห็นว่าเธอคงรับการโจมตีได้อีกไม่นาน ไลท์ดรามอนจึงคิดจะปิดฉากด้วยการใช้ท่า Blue Thunder ซึ่งเป็นท่าปล่อยสายฟ้าออกจากเขาที่อยู่ด้านหลังของไลท์ดรามอนใส่ศัตรู แต่แอลดีไฮน์ตั้งรับด้วยการตวัดดาบสวนกลับไป พลังคลื่นเฉือนของเธอหักล้างกับสายฟ้าได้พอดี แต่สายฟ้าของไลท์ดรามอนมีความเร็วสูงมาก เธอแทบรับการโจมตีไม่ได้ ไลท์ดรามอนจึงใช้การโจมตีด้วยท่า Blue Thunder อย่างต่อเนื่อง แอลดีไฮน์รู้ว่ารับไม่ได้ทั้งหมดแน่ เธอจึงใช้วิธีการหลบวิ่งไปมาด้วยความเร็วสูง ไลท์ดรามอนก็โจมตีต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง สายฟ้าสีฟ้าไล่ตามแอลดีไฮน์ไปอย่างไม่หยุดหย่อน แอลดีไฮน์จึงต้องวิ่งหลบไปเรื่อยๆตามขอบร่องเขา แต่แล้วเมื่อไลท์ดรามอนจับทิศทางการหลบของแอลดีไฮน์ได้ เขาจึงปล่อยท่า Blue Thunder ดักหน้าแอลดีไฮน์ แอลดีไฮน์จึงต้องกระโดดหลบ แล้วสายฟ้าก็พุ่งลงพื้นแล้วระเบิดออกอย่างรุนแรง แรงระเบิดส่งผลให้แอลดีไฮน์ที่กระโดดหลบและยังลอยค้างอยู่ในอากาศปลิวสูงขึ้นไปอีก แล้วทันใดนั้นไลท์ดรามอนก็ใช้ท่า Lightning Blade ซึ่งเป็นท่าปล่อยสายฟ้าขนาดใหญ่จากเขาที่อยู่ตรงหัวของไลท์ดรามอน มีพลังโจมตีที่รุนแรงมาก เขาคิดจะใช้ท่านี้ปิดฉากแอลดีไฮน์ ในขณะที่ตัวของแอลดีไฮน์ยังลอยค้างอยู่ในอากาศ เธอไม่มีทางจะหลบได้ ไดสุเกะมองดูการโจมตีของไลท์ดรามอนอยู่ห่างๆ เขามั่นใจว่าการโจมตีครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่ เพื่อนคนอื่นๆที่ถูกจับมัดอยู่ต่างก็ลุ้นกับการโจมตีปิดฉากนี้
และแล้วสายฟ้าขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่ร่างของแอลดีไฮน์อย่างรวดเร็วในขณะที่เธอยังคงลอยอยู่กลางอากาศ ทุกคนต่างยิ้มอย่างดีใจที่สามารถโจมตีแอลดีไฮน์ได้ แต่แล้วในขณะที่แสงสีฟ้าของสายฟ้ายังคงโอบล้อมร่างของแอลดีไฮน์ อยู่ๆก็มีแสงสีดำมาโอบล้อมทับแสงสีฟ้าอีกที สิ่งที่ทุกคนเห็นต่างก็ทำให้แต่ละคนต้องเปลี่ยนสีหน้า แสงสีดำได้ดูดกลืนสายฟ้าไปจนหมด เหลือแต่ร่างของแอลดีไฮน์ที่ร่วงลงมาสู่พื้นอย่างรวดเร็วแล้วเธอก็ทำท่าตั้รับทันทีที่ถึงพื้น ร่างของเธอมีแค่แผลถลอกและรอยไหม้จากสายฟ้าเล็กน้อย แล้วในขณะนั้นเอง อยู่ๆก็มีมิติสีดำปรากฏขึ้นด้านหลังของไลท์ดรามอน แล้วสายฟ้าก็พุ่งออกมาจากมิตินั้นใส่เข้าที่กลางหลังของไลท์ดรามอน ทำให้ไลท์ดรามอนได้รับบาดเจ็บจนต้องกลับคืนร่างวีมอนในสภาพนอนโทรม
ทุกคนต่างก็ตกใจกับสิ่งที่เห็น ส่วนแอลดีไฮน์มองดูวีมอนที่นอนแน่นิ่งแต่สายตายังคงมองมาทางแอลดีไฮน์อยู่
"ให้ตายสิ ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาใช้พลังกับพวกแกตอนนี้ ทำได้ไม่เลวเลยนะ" แอลดีไฮน์พูดขึ้น
แล้วแอลดีไฮน์ก็ดีดนิ้ว 1 ครั้ง ทันใดนั้น เพื่อนของไดสุเกะทั้งหมดก็หลุดจากการถูกพันธนาการและค่อยๆร่วงลงสู่พื้นด้านล่างอย่างปลอดภัย
"ครั้งนี้ฉันถือว่าพวกเธอชนะก็แล้วกัน แต่ครั้งหน้าฉันไม่ออมมือให้แบบนี้แน่" แอลดีไฮน์พูดขึ้นอีก
"เธอต้องการอะไรกันแน่ แค่มาสู้แล้วหนีงั้นเหรอ!" ไดสุเกะตะโกนถามแอลดีไฮน์
"หัวหน้าของฉันสั่งมาให้ทดสอบพวกเธอเท่านี้ ฉันไม่อยากทำงานเกินหน้าที่หรอกนะ" แอลดีไฮน์ตอบ
"ทดสอบ...ทดสอบอะไรกัน" ไดสุเกะถามต่อ
"ไว้จเอกับหัวหน้าของฉันแล้วค่อยถามเอาเองก็แล้วกัน ถ้าวันนั้นมาถึงมันคงไม่ง่ายเหมือนวันนี้หรอกนะ เตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน" แอลดีไฮน์พูดตอบพร้อมกับใช้ท่าบางอย่าง หลังจากนั้นก็มีหมอกสีดำออกมาห่อหุ้มตัวเธอแล้วหมอกนั้นก็ปลิวสลายหายไปพร้อมกับร่างของแอลดีไฮน์ ปล่อยให้ไดสุเกะนั่งงงอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นไดสุเกะก็วิ่เข้าไปหาวีมอนที่บาดเจ็บอยู่ แต่เมื่อเขาไปถึงก็พบว่าบาดแผลตามร่างกายของวีมอนได้หายไปและวีมอนก็นอนหลับอย่างสบายอยู่ ด้านข้างของวีมอนมีจดหมายที่มีรูปหัวใจติดอยู่ ไดสุเกะจึงเปิดอ่านทันที
"รางวัลจากการผ่านการทดสอบ....ลงชื่อ...แอลดีไฮน์ แอลดาล่าห์"
จากข้อความในจดหมาย ไดสุเกะจึงรู้ว่าแอลดีไฮน์รักษาบาดแผลให้วีมอนด้วยก่อนจากไป เขาจึงคิดว่าแอลดีไฮน์ไม่ใช่คนเลวอะไรนัก แต่หัวหน้าของแอลดีไฮน์เป็นใครและมีจุดประสงค์อะไรยังคงเป็นปริศนาต่อไป
-----------------------------------------------------(จบอีก 1 ตอน)-------------------------------------------------------