2011/Apr/16

ตอน : หญิงสาวน่ารักฝีมือฉกาจน์ แอลดีไฮน์ เอลดาล่าห์ (สองตอนก่อนหน้านี้ลืมตั้งชื่อตอนไปเลยแฮะ - -")
 
ณ ที่ปราสาทลึกลับอันมืดมิด หญิงสาวสวมแว่นกำลังเดินไปที่ประตูใหญ่ของปราสาทเพื่อที่จะออกนอกปราสาทไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่ใส่เสื้อผ้าและของกระจุกกระจิกนิดหน่อย ตามมาด้วยหญิงสาวอีกคนซึ่งเป็นคนคนเดียวกับที่ชอบเข้าไปหาหญิงสวมแว่นในห้องที่มีแต่จอมอนิเตอร์บ่อยๆและเธอมักจะทำหน้าตากลมแบ้วแบบแอ๊บๆเสมอ เมื่อทั้งคู่เดินใกล้จะพ้นประตูใหญ่ หญิงสาวสวมแว่นก็หันมาหาหญิงสาวที่เินตามมาอย่างการะทันหัน จนหญิงสาวที่เดินตามมาตกใจ แต่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยน แล้วหญิงสวมแว่นก็พูดขึ้น
 
"จริงสิ ฉันเป็นหัวหน้า และเธอก็เป็นรองจากฉัน..."
 
"แล้ว?..." หญิงสาวหน้าตากลมแบ้วที่เดินตามหญิงสวมแว่นพูดถามดวยน้ำเสียงแบบสาวน่ารัก
 
"ก็คนเป็นหัวหน้าไปเปิดตัวก่อนลูกน้องมันก็ดูไม่งามหนะสิ" หญิงสวมแว่นพูดตอบ
 
"เอ๋...งั้น...หรือว่าจะให้ฉันไปเจอกับพวกนั้นก่อน?" หญิงสาวหน้าแบ้วถามต่อ
 
"ถูก!!!" หญิงสวมแว่นตอบแบบเน้นเสียงและลากเสียงพูด
 
"งานเข้าแต่วันเลย ฉันยังไม่ได้ซ้อมท่าเปิดตัวเลยนะคะ" หญิงหน้าแบ้วพูดขึ้น
 
"ดูๆหนังขบวนการแปลงร่างบ่อยๆเดี๋ยวมันก็ทำได้เอง ไปๆ ไปได้ละ ชักช้าเสียเวลา" หญิงสวมแว่นพูดต่อแบบปัดๆไป
 
"แต่คุณเป็นหัวหน้านะ จะปล่อยให้สาวน้อยน่ารักอย่างฉันไปสู้กับพวกนั้นเชียวหรือ..." หญิงหน้าตาแบ้วพูดพร้อมทำเสียงและสีหน้าแบบแอ๊บแบ้ว
 
"เออๆ ไปด้วยก็ได้" หญิงสวมแว่นตอบแบบปัดๆอีก
 
แล้วทั้งสองคนก็เดินออกจากปราสาทไป
 
 
มาที่โลกจริง ณ ที่บ้านของเคน พวกไดสุเกะได้มารวมตัวกันที่บ้านของเคนเพื่อมาร่วมทานข้าวกัน เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ทุกคนจึงไม่ต้องไปเรียนและได้มาพูดคุยเรื่องต่างๆนาๆกันที่บ้านเคน แต่ไดสุเกะมาเพื่อจะให้เคนสอนการบ้านให้ ถึงเคนจะไม่ใช่เด็กอัจฉริยะเหมือนเมือก่อนแล้ว แต่เขาก็ยังคงมีสติปัญญาที่เฉียบแหลม เขาจึงสอนการบ้านให้ไดสุเกะได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จะยากก็มีแต่ไดสุเกะที่หัวค่อนข้างช้า บางครั้งเคนต้องพูดซ้ำหลายครั้งจนกว่าไดสุเกะจะทำได้ (แต่แป๊บเดียวก็ลืม) ส่วนพวกดิจิมอนคู่หูของแต่ละคนต่างก็พากันมาเล่นอย่างสนุกสนาน พวกผู้หญิงก็คุยเรื่องต่างๆไปเรื่อยเปื่อย ทาเครุก็นั่งเล่นหมากรุกกับอิโอริ 
 
แต่ในขณะที่แต่ละคนกำลังสนุกสนานกับกิจกรรมเล็กๆในวันหยุด คอมพิวเตอร์ของเคนก็ได้ส่งสัญญาณเตือนบาอย่างออกมา แต่ละคนรีบเข้าไปดูทันที มันเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือจากในโลกดิจิตอล ซึ่งส่งมาจากในเขตทะเลทรายแห่งหนึงซึ่งในบริเวณนั้นมีจุดปรากฏซึ่งแสดงถึงหอคอย dark tower ด้วย
 
"อะไรกันเนี่ย จะขอักสักวันไม่ได้รึไง การบ้านฉันยังไมเสร็จเลยนะ!!!" ไดสุเกะโวยขึ้นมา
 
"เอาน่า เดี๋ยวค่อยกลับมาทำก็ได้ ตอนนี้มีคนต้องการความช่วยเหลือนะ" เคนพูดให้ไดสุเกะอารมณ์ดีขึ้น
 
"ไม่มีใครมีปัญหาแล้วนะ" มิยาโกะพูดขึ้น
 
แล้วแต่ละคนก็พยักหน้าพร้อมกัน มิยาโกะจึงเปิดประตูสู่โลดิจิตอล แล้วทุกคนก็เข้าไปสู่โลกดิจิตอล 
 
 
เมื่อทุกคนมาถึงที่ตามพิกัดที่ได้รับสัญญาณ ปรากฏว่าในที่แห่งนั้นมแต่พื้นที่โล่งที่เต็มไปด้วยทรายที่สีค่อนข้างเข้ม ไม่เห็นหอคอย dark tower ในพื้นที่ี่นี้เลย ทุกคนจึงพากันออกสำรวจพื้นที่ แต่ในขณะที่กำลังสำรวจพื้นที่อยู่นั้นเอง อยู่ๆตัวของมิยาโกะก็ถูกพื้นดินสูบหายลงไปในดินอย่างรวดเร็ว คนอื่นๆจะหันมาช่วยแต่ก็ไม่ทันการ มิยาโกะจมหายไปทั้งตัวก่อนที่แต่ละคนจะขยับตัวหันมาช่วยซะด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังตกใจอยู่นั้น อยู่ๆแต่ละคนก็ค่อยๆถูกพื้นดินสูบลงไปทีละคนๆจนเหลือแต่ไดสุเกะและวีมอนเท่านั้น
 
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไดสุเกะและวีมอนต่างก็ช่วยกันขุดดินในจุดที่แต่ละคนจมหายไปเพราะเขาคิดว่าขุดไปเรื่อยๆคงจะเจอคนอื่นๆแน่ แต่เขานั่งขุดอยู่เกือบชั่วโมงก็พบแต่เศษดินและไม่มีร่องรอยของคนอื่นๆที่ายตัวไปเลย และในขณะนั้นเอง เขาก็นึกบางอย่างออก เขาลองนึกย้อนดูก็พบว่าเขาเคยเจอกับเหตุการณ์ที่คล้ายกับเหตุการณ์นี้มาแล้วเมื่อครั้งที่โลกดิจิตอลยังถูกคุกคามโดยดิจิมอนไกเซอร์ เมื่อเขาคิดออกแล้วเขาก็เลิกขุดแล้วรีบวิ่งไปที่ที่เขาคิดว่าทุกคนน่าจะอยู่ที่นั่น
 
ไดสุเกะและวมอนวิ่งไปจนถึงร่องเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งบนร่องเขาจุดหนึ่่งมีดินที่ยื่นออกมาจากทั้งสองด้านของร่องเขาและบรรจบกันกลายเป็นสะพานที่เชื่อมร่องเขาทั้งสอง และบนดินที่ยื่นออกมานี้ ไดสุเกะก็เห็นทุกคนที่หายตัวไปถูกจับมัดและถูกแขวนอยู่บนดินที่ยื่นออกมานั้น มันเป็นภาพที่ไดสุเกะเคยเห็นมาแล้ว ในครั้งนั้นมันเป็นเหตุการณ์ที่เขาปะทะกับดิจิมนไกเซอร์และได้รู้ว่าดิจิมอนไกเซอร์คือเคนนั่นเอง แต่ในครั้งนี้คงไม่ใช่ฝีมือของเคนแน่เพราะเคนก็ถูกจับมัดอยู่ด้วยและเคนก็ไม่ใช่ดิจิมอนไกเซอร์แล้ว แต่นี่เป็นเหตุการณ์ที่สร้างเลียนแบบเหตุการณ์ในครั้งนั้น แต่เมื่อไดสุเกะมองลงมาด้านล่างของดินที่ยื่นออกมานั้น ที่พื้นไดสุเกะก็เห็นพวก bakemon ถูกจับมัดไว้พร้อมกับมีระเบิดมัดติดตัวอยู่ ไดสุเกะรู้สึกสับสนกับภาพที่เกิดขึ้นเพราะทีแรกเขาคิดว่านี่จะเป็นฝีมือของพวก bakemon ด้วยแบบเมื่อก่อน แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วเขาคิดผิดหมด ในขณะที่ไดสุเกะกำลังงงกับภาพที่เห็น ก็มีเสียงผู้หญิงนหนึ่งพูดขึ้นมาจากบนร่องเขา
 
"แหม มาช้าจังนะ คุณโมโตมิยะ"
 
ไดสุเกะหันไปตามเสียง เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนร่องเขา ไดสุเกะเห็นใบหน้าของเธออย่างชัดเจน หญิงคนนั้นมีใบหน้าที่ดูกลม แก้มป่องนิดๆ มีตาชั้นเดียว และตาเธอเล็กจนยากที่จะมองเห็นนัยตาของเธอจากระยะไกล ผมของเธอมีสีชมพูอ่อน เธอใส่ชุดคล้ายเครื่องแบบทหารอังกฤษในยุคกลาง ที่เอวข้างซ้ายเหน็บดาบเรเปียที่อยู่ในฝักที่ดูเรียวและยาว และมือซ้ายเธอถือหนังสือบางอย่างอยู่ แต่เมื่อไดสุเกะหันมามองเธอชัดๆ เธอก็โยนหนังสือเล่มนั้นไปด้านหลังและพูดต่อ
 
"ฉันก็คิดว่าคุณจะปล่อยให้เพื่อนคุณกินลมชมวิวตรงนี้อีกสักหน่อย"
 
 
"เธอเองสินะ ที่ทำเรื่องทั้งหมดทีเกิดขึ้นที่นี่ เธอเป็นใครกันแน่!!" ไดสุเกะตะโกนถามด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและหนักแน่น
 
"อย่าทำเสียงแบบนั้นสิคะ ผู้หญิงไม่ชอบนะรู้ไหม และที่คุณว่ามามันก็ไม่ถูกซะทีเดียว ฉันไมใช่คนที่ทำเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่หรอก แต่ก็มีสวนร่วม คนที่คิดและทำทุกอย่างเป็นหัวหน้าของฉัน ไม่ใช่ฉันนะ" หญิงคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานแบบแบ้วๆ
 
"เธอยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะ เธอและหัวหน้าของเธอเป็นใคร ต้องการอะไรจากที่นี่กันแน่!!!" ไดสุเกะถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม
 
"ฉันชื่อแอลดีไฮน์ เอลดาล่าห์ เป็นรองหัวหน้าของลัทธิหมอกยามราตรี ส่วนเรื่องของหัวหน้าของฉันและจุดประสงค์ที่มาที่นี่ ฉันยังบอกไม่ได้" หญิงสาวเจ้าของชื่อแอลดีไฮน์ตอบ
 
"ทำไมจะบอกไม่ได้!!" ไดสุเกะพูดขัดขึ้น
 
"อีกไม่นานคุณก็จะได้เจอกับหัวหน้าของฉันแล้ว ไว้ตอนนั้นคุณค่อยถามเอาเองก็แล้วกัน" แอลดีไฮน์ตอบด้วยน้ำเสียงแบ้วเช่นเคย
 
"แล้วเธอจับเพื่อนฉันไปทำไม คิดจะทำอะไรกันแน่" ไดสุเกะตะโกนถามต่อ
 
"ทีแรกว่าจะทดสอบอะไรนิดหน่อย แต่ดูเหมือนพวกวิญญาณอย่าง bakemon มันไม่ตกอยู่ใต้อำนาจจิตนี่สิ..."
 
แล้วหลังจากแอลดีไฮน์พูดจบประโยค เธอก็ดีดนิ้วตัวเอง 1 ครั้ง แล้วทันใดนั้นระเบิดที่ติดอยู่บนตัว bakemon ตัวหนึ่งก็ทำงานแล้วก็ระเบิดขึ้น ฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทำเอา bakemon ตัวอื่นพากันตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วแอลดีไฮน์ก็พูดต่อ
 
"ฉันก็เลยต้องมาทดสอบด้วยตัวเอง..."
 
"ทดสอบ?" ไดสุเกะพูดแบบทิ้งท้ายในเชิงคำถาม
 
"ทดสอบฝีมือพวกคุณ บังเอิญว่าหัวหน้าของฉันเชื่อว่าพวกคุณจะฆ่าเขาได้ เลยสั่งให้ฉันมาทดสอบดูหน่อย"
 
แล้วไดสุเกะและวีมอนทำท่าเตรียมที่จะสู้ทันที แต่แอลดีไฮน์ก็ส่ายหน้าพร้อมกับพูดต่อ
 
"ไม่ๆ ยังก่อน ฉันยังอยากเล่นสนุกสักหน่อย ตอนที่แกเจอดิจิมอนไกเซอตรงนี้ครั้งแรกแกโดนอะไรไปบ้างนะ..."
 
แล้วแอลดีไฮน์ก็หันหน้าไปทางเคนที่ถูกมัดอยู่
 
"ว่าไง คุณอดีตดิจิมอนไกเซอร์" แอลดีไฮน์พูดกับเคน แต่เคนก็หันหน้าไปทางอื่นพร้อมกับกัดฟัน เมื่อเคนไม่ตอบ แอลดีไฮน์จึงพูดต่อ
 
"เชอะ ไม่บอกฉันสั่งเองก็ได้ งั้น เริ่มจากให้คุณโมโตมิยะคุกเข่าอ้อนวอนฉันก่อน" แอลดีไฮน์พูดพร้อมกับหันหน้าไปทางไดสุเกะ
 
ไดสุเกะทำท่างงเล็กน้อย แต่แอลดีไฮน์ก็ชักดาบเรเปียของเธอออกมาแล้วตวัดไปที่ฮิคาริ ทันใดนั้นเสื้อของฮิคาริก็ขาดตรงช่วงท้องทั้งๆที่แอลดีไฮน์อยู่ห่างจากฮิคาริมากแต่กลับฟันถึงได้ ไดสุเกะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แอลดีไฮน์ก็พูดต่อ
 
"ครั้งนี้ให้เฉียดๆ ถ้ายังช้าครั้งต่อไปจะลึกขึ้นนะ" เธอยังพูดด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม แต่เน้นถ้อยคำมากขึ้น
 
ไดสุเกะคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง เขาจึงคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจนัก ต่อจากนั้นเขาก็ก้มหัวลงกับพื้นแล้วพูดตะโกนขึ้นทันที
 
"ได้โปรด ปล่อยเพื่อนผมไปเถอะครับ"
 
วีมอนตกใจกับสิ่งที่ไดสุเกะทำแต่เขาก็ช่วยอะไรไดสุเกะไม่ได้ วีมอนได้แต่ยืนทำสีหน้าแบบไม่พอใจ แล้วแอลดีไฮน์ก็มองไปทางวีมอนพร้อมกับพูด
 
"ต่อไปทำยังไงนะ พอจะจำได้บ้างไหม"
 
วีมอนหยุดชะงักทันทีที่แอลดีไฮน์พูดจบ แล้วเขาก็มองไปทางไดสุเกะ
 
"ไม่เป็นไรหรอก นี่เดิมพันด้วยชีวิตคนอื่นๆเชียวนะ" ไดสุเกะพูดปลอบใจวีมอน
 
แล้ววีมอนก็ค่อยๆยกเท้าขึ้นแล้วค่อยๆเอาเท้าไปก่ายหัวของไดสุเกะด้วยสีหน้าที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
 
"ขอโทษนะไดสุเกะ" วีมอนพูดขึ้น
 
แล้วแอลดีไฮน์ก็มองวีมอนเอาเท้าเหยียบหัวไดสุเกะอย่างช้าๆ แต่เธอไม่พอใจกับภาพที่เห็นนัก เธอจึงสั่งให้วีมอนหยุดแล้วเธอก็มองไปทางเคน
 
"เฮ้อ ไม่ได้เรื่อง ดิจิมอนไกเซอนี่รสนิยมแปลกดีแฮะ ไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลย"
 
แล้วแอลดีไฮน์ก็ชี้ดาบเรเปียของเธอไปทางไดสุเกะและวีมอน แล้วเธอก็พูดต่อ
 
"สีหน้าเมื่อกี้ดูไม่ดีเลยนะ งั้นมาสู้กับฉันเลยดีกว่า"
 
ไดสุเกะและวีมอนงงกับคำพูดของแอลดีไฮน์จึงนิ่งไปครู่หนึ่ง แอลดีไฮน์จึงพูดต่อ
 
"อยากช่วยเพื่อนไม่ใช่เหรอ ทำสีหน้าให้มันฮึดสู้หน่อย แล้วมาสู้กับฉัน หรือจะให้เพื่อนแกถูกเฉือนสักชิ้นสองชิ้นถึงจะลุกขึ้นมาสู้หละ"
 
เมื่อแอลดีไฮน์พูดจบ ไดสุเกะก็ลุกขึ้นแล้วทั้งคู่ก็ตั้งท่าเตรียมที่จะสู้ทันที สีหน้าของวีมอนเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่เตรียมพร้อมจะสู้ แล้วแอลดีไฮน์ก็ยิ้ม
 
"ต้องแบบนี้สิ ถึงดูน่ารักขึ้นมาหน่อย" เธอพูดเบาๆกับตัวเอง
 
แล้วไดสุเกะก็ให้วีมอนแปลงร่างเป็นเฟรมดรามอนทันที แล้วทันใดนั้นเฟรมดรามอนก็พุ่งเข้าโจมตีใส่แอลดีไฮน์ทันทีภายใต้เสียงเชียร์จากเพื่อนที่ถูกมัดอยู่
 
แต่แล้วแอลดีไฮน์ก็ตั้งท่าเตรียมสู้ขึ้นมา แล้วเธอก็ตวัดดาบเรเปียไปที่เฟรมดรามอนทันที ถึงเธอจะอยู่ห่าง แต่คลื่นเฉือนที่เกิดจากลมในการตวัดดาบของเธอก็แรงจนเฟรมดรามอนปลิวกลับไปทิศทางเดิมที่พุ่งขึ้นมา ไดสุเกะจึงรู้ทันทีว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาฝีมือไม่ธรรมดาและไม่เหมือนคนทั่วไป
 
"ไม่ไหวๆ ถ้าฉันเฉือนให้คมกว่านี้ ตัวนายคงได้ขาดสองท่อนแน่ ตั้งใจหลบหน่อยสิ"
 
แล้วเฟรมดรามอนก็พุ่งไปหาแอลดีไฮน์อีกครั้งพร้อมกับใช้ท่า Knuckle Fire ปล่อยลูกไฟใส่แอลดีไฮน์อย่างไม่ยั้งมือ แต่แอลดีไฮน์ตวัดดาบครั้งเดียว ลูกไฟทั้งหมดก็ดับเรียบและคลื่นเฉือนของดาบก็ยังไปถูกเฟรมดรามอนทำให้เฟรมดรามอนปลิวออกไปอีก เมื่อเฟรมดรามอนตั้งหลักได้เขาก็พุ่งเข้าหาแอลดีไฮน์อีกครั้งหวังจะใช้การโจมตีระยะประชิดด้วยการเตะและต่อยแทน แต่ถึงเฟรมดรามอนจะรวดเร็วยังไง แอลดีไฮน์ก็หลบได้หมด หนำซ้ำ แอลดีไฮน์ยังคิดจะใช้สันดาบฟาดหน้าเฟรมดรามอนอีก แต่พอตัวดาบจะถึงที่หน้าของเฟรมดรามอนเธอก็หยุดดาบแล้วหันมาชกเข้าที่ท้องแทน เฟรมดรามอนถึงกับทรุดตัวลงกับพื้นกองอยู่ตรงหน้าแอลดีไฮน์ แล้วแอลดีไฮน์ก็พูดขึ้นอีก
 
"แหม ถ้าหน้าตาแกไม่บาดใจฉันคงจะโดนหนักกว่านี้เยอะ"
 
แล้วแอลดีไฮน์ก็ตวัดดาบใส่เฟรมดรามอนอีกครั้ง แต่ไม่ได้ให้ตัวดาบโดนเฟรมดรามอน แค่ใช้คลื่นเฉือนจากดาบซัดใสจนเฟรมดรามอนตกลงไปในร่องเขาอีกครั้งและอยู่ข้างๆกับไดสุเกะ
 
"นังนั่นไม่ใช่คนธรรมดา เราสู้ไม่ไหวแน่" ไดสุเกะพูดกับเฟรมดรามอนที่มีแผลถลอกเต็มตัว
 
"ฉันยังพอมีพลังเหลืออยู่" เฟรมดรามอนพูดตอบ
 
"ถ้างั้นลองเสี่ยงด้วยพลังที่เหลืออยู่ของนายก็แล้วกัน" ไดสุเกะพูดด้วยน้ำเสียงที่ปลุกกำลังใจขึ้นมา
 
แล้วไดสุเกะก็ให้เฟรมดรามอนกลับคืนร่างเป็นวีมอนแล้วก็ให้แปลงร่างอีกครั้ง แต่คราวนี้ให้วีมอนแปลงร่างเป็นไลท์ดรามอน
 
แสงสีฟ้าจากการแปลงร่างทำให้แอลดีไฮน์รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกหน่อย แต่เธอยังคงยืนนิ่งอยู่ ในขณะที่แสงสีฟ้ายังคงส่องประกายอยู่ ไลท์ดรามอนก็พุ่งออกมาจากแสงแล้วกระโจนเข้าหาแอลดีไฮน์ด้วยความเร็วที่มากกว่าเฟรมดรามอนหลายสิบเท่า แอลดีไฮน์แทบตั้งรับไม่ทัน เธอกระเด็นถอยห่างออกจากจุดที่เธอยืนอยู่เล็กน้อย เมื่อเธอตั้งหลักได้อีกครั้งเธอก็กลับมายืนในท่าตั้งรับพร้อมกับพูดขึ้น
 
"เร็วสมชื่อเชียวนะ"
 
"ตั้งรับให้ได้ทั้งหมดก็แล้วกัน!" ไลท์ดรามอนพูดขึ้นพร้อมกับกระโจนเข้าหาแอลดีไฮน์อีกครั้ง แอลดีไฮน์ตั้งรับได้ทัน แต่ไลท์ดรามอนก็โจมตีอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็วจนไดสุเกะมองแทบไม่ทัน แต่แอลดีไฮน์ก็ตั้งรับได้หมดทุกครั้ง แต่เมื่อโจมตีบ่อยครั้ง แอลดีไฮน์ก็เริ่มมีอาการอ่อนล้าที่แขนขวาที่เธอจับดาบตั้งรับโดยแสดงออกจากการบิดข้อมือเพื่อคลายอาการดังกล่าว ไลท์ดรามอนสังเกตอาการของแอลดีไฮน์แล้วเห็นว่าเธอคงรับการโจมตีได้อีกไม่นาน ไลท์ดรามอนจึงคิดจะปิดฉากด้วยการใช้ท่า Blue Thunder ซึ่งเป็นท่าปล่อยสายฟ้าออกจากเขาที่อยู่ด้านหลังของไลท์ดรามอนใส่ศัตรู แต่แอลดีไฮน์ตั้งรับด้วยการตวัดดาบสวนกลับไป พลังคลื่นเฉือนของเธอหักล้างกับสายฟ้าได้พอดี แต่สายฟ้าของไลท์ดรามอนมีความเร็วสูงมาก เธอแทบรับการโจมตีไม่ได้ ไลท์ดรามอนจึงใช้การโจมตีด้วยท่า Blue Thunder อย่างต่อเนื่อง แอลดีไฮน์รู้ว่ารับไม่ได้ทั้งหมดแน่ เธอจึงใช้วิธีการหลบวิ่งไปมาด้วยความเร็วสูง ไลท์ดรามอนก็โจมตีต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง สายฟ้าสีฟ้าไล่ตามแอลดีไฮน์ไปอย่างไม่หยุดหย่อน แอลดีไฮน์จึงต้องวิ่งหลบไปเรื่อยๆตามขอบร่องเขา แต่แล้วเมื่อไลท์ดรามอนจับทิศทางการหลบของแอลดีไฮน์ได้ เขาจึงปล่อยท่า Blue Thunder ดักหน้าแอลดีไฮน์ แอลดีไฮน์จึงต้องกระโดดหลบ แล้วสายฟ้าก็พุ่งลงพื้นแล้วระเบิดออกอย่างรุนแรง แรงระเบิดส่งผลให้แอลดีไฮน์ที่กระโดดหลบและยังลอยค้างอยู่ในอากาศปลิวสูงขึ้นไปอีก แล้วทันใดนั้นไลท์ดรามอนก็ใช้ท่า Lightning Blade ซึ่งเป็นท่าปล่อยสายฟ้าขนาดใหญ่จากเขาที่อยู่ตรงหัวของไลท์ดรามอน มีพลังโจมตีที่รุนแรงมาก เขาคิดจะใช้ท่านี้ปิดฉากแอลดีไฮน์ ในขณะที่ตัวของแอลดีไฮน์ยังลอยค้างอยู่ในอากาศ เธอไม่มีทางจะหลบได้ ไดสุเกะมองดูการโจมตีของไลท์ดรามอนอยู่ห่างๆ เขามั่นใจว่าการโจมตีครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่ เพื่อนคนอื่นๆที่ถูกจับมัดอยู่ต่างก็ลุ้นกับการโจมตีปิดฉากนี้
 
และแล้วสายฟ้าขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่ร่างของแอลดีไฮน์อย่างรวดเร็วในขณะที่เธอยังคงลอยอยู่กลางอากาศ ทุกคนต่างยิ้มอย่างดีใจที่สามารถโจมตีแอลดีไฮน์ได้ แต่แล้วในขณะที่แสงสีฟ้าของสายฟ้ายังคงโอบล้อมร่างของแอลดีไฮน์ อยู่ๆก็มีแสงสีดำมาโอบล้อมทับแสงสีฟ้าอีกที สิ่งที่ทุกคนเห็นต่างก็ทำให้แต่ละคนต้องเปลี่ยนสีหน้า แสงสีดำได้ดูดกลืนสายฟ้าไปจนหมด เหลือแต่ร่างของแอลดีไฮน์ที่ร่วงลงมาสู่พื้นอย่างรวดเร็วแล้วเธอก็ทำท่าตั้รับทันทีที่ถึงพื้น ร่างของเธอมีแค่แผลถลอกและรอยไหม้จากสายฟ้าเล็กน้อย แล้วในขณะนั้นเอง อยู่ๆก็มีมิติสีดำปรากฏขึ้นด้านหลังของไลท์ดรามอน แล้วสายฟ้าก็พุ่งออกมาจากมิตินั้นใส่เข้าที่กลางหลังของไลท์ดรามอน ทำให้ไลท์ดรามอนได้รับบาดเจ็บจนต้องกลับคืนร่างวีมอนในสภาพนอนโทรม
 
ทุกคนต่างก็ตกใจกับสิ่งที่เห็น ส่วนแอลดีไฮน์มองดูวีมอนที่นอนแน่นิ่งแต่สายตายังคงมองมาทางแอลดีไฮน์อยู่
 
"ให้ตายสิ ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาใช้พลังกับพวกแกตอนนี้ ทำได้ไม่เลวเลยนะ" แอลดีไฮน์พูดขึ้น
 
แล้วแอลดีไฮน์ก็ดีดนิ้ว 1 ครั้ง ทันใดนั้น เพื่อนของไดสุเกะทั้งหมดก็หลุดจากการถูกพันธนาการและค่อยๆร่วงลงสู่พื้นด้านล่างอย่างปลอดภัย
 
"ครั้งนี้ฉันถือว่าพวกเธอชนะก็แล้วกัน แต่ครั้งหน้าฉันไม่ออมมือให้แบบนี้แน่" แอลดีไฮน์พูดขึ้นอีก
 
"เธอต้องการอะไรกันแน่ แค่มาสู้แล้วหนีงั้นเหรอ!" ไดสุเกะตะโกนถามแอลดีไฮน์
 
"หัวหน้าของฉันสั่งมาให้ทดสอบพวกเธอเท่านี้ ฉันไม่อยากทำงานเกินหน้าที่หรอกนะ" แอลดีไฮน์ตอบ
 
"ทดสอบ...ทดสอบอะไรกัน" ไดสุเกะถามต่อ
 
"ไว้จเอกับหัวหน้าของฉันแล้วค่อยถามเอาเองก็แล้วกัน ถ้าวันนั้นมาถึงมันคงไม่ง่ายเหมือนวันนี้หรอกนะ เตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน" แอลดีไฮน์พูดตอบพร้อมกับใช้ท่าบางอย่าง หลังจากนั้นก็มีหมอกสีดำออกมาห่อหุ้มตัวเธอแล้วหมอกนั้นก็ปลิวสลายหายไปพร้อมกับร่างของแอลดีไฮน์ ปล่อยให้ไดสุเกะนั่งงงอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นไดสุเกะก็วิ่เข้าไปหาวีมอนที่บาดเจ็บอยู่ แต่เมื่อเขาไปถึงก็พบว่าบาดแผลตามร่างกายของวีมอนได้หายไปและวีมอนก็นอนหลับอย่างสบายอยู่ ด้านข้างของวีมอนมีจดหมายที่มีรูปหัวใจติดอยู่ ไดสุเกะจึงเปิดอ่านทันที
 
"รางวัลจากการผ่านการทดสอบ....ลงชื่อ...แอลดีไฮน์ แอลดาล่าห์"
 
จากข้อความในจดหมาย ไดสุเกะจึงรู้ว่าแอลดีไฮน์รักษาบาดแผลให้วีมอนด้วยก่อนจากไป เขาจึงคิดว่าแอลดีไฮน์ไม่ใช่คนเลวอะไรนัก แต่หัวหน้าของแอลดีไฮน์เป็นใครและมีจุดประสงค์อะไรยังคงเป็นปริศนาต่อไป
 
-----------------------------------------------------(จบอีก 1 ตอน)-------------------------------------------------------
 

2011/Mar/28

ในโลกดิจิตอล ณ ที่ปราสาทลึกลับอันมืดมิดแห่งหนึ่ง ในห้องห้องงหนึ่งในตัวปราสาทที่แสนมืดมิด ห้องซึ่งมีแต่จอมอนิเตอร์อยู่เต็มไปหมด และใจกลางห้องมีเก้าอี้อยู่ 1 ตัวและมีผู้หญิงสวมแว่นคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอนั่งทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งมีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา แล้วผู้หญิงที่เดินเข้ามาก็พูดกับผู้หญิงสวมแว่นที่นั่งอยู่กลางห้องด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนผู้หญิงเรียบร้อย (เสียงแบบผู้หญิงแอ๊บแบ้วอะ)
"วันนี้ไม่ยอมออกไปไหนเลยนะคะ"
"ก็ไม่รู้จะทำอะไรสนุกๆดีนี่" หญิงสวมแว่นตอบ
"ก็ให้พวกดิจิมอนออกไปอาละวาดสิคะ จะได้มีอะไรให้ดู" ผู้หญิงที่เดินเข้ามาพูดขึ้นอีก
"ทำแบบเดิมมันก็จะลงเอยแบบครั้งก่อนหนะสิ มันจะไปสนุกอะไร หรือจะเพิ่มระดับพวกดิจิมอนดีหละ" หญิงสวมแว่นพูดเสนอขึ้น
"จะใช้พวกขั้นสมบูรณ์เลยเหรอ แต่จากบันทึกที่เราได้มาจากชายที่เราจับได้ ดูเหมือนว่าคนที่ชื่อดิจิมอนไกเซอจะเคยใช้ dark tower ทำแบบนั้นมาแล้วและดูเหมือนว่าจะมีปัญหาอยู่มากนะคะในการที่จะใช้พวกขั้นสมบูรณ์ เว้นแต่ท่านจะออกไปด้วยตัวเอง" หญิงที่เดินเข้ามาพูดแนะนำ
"ไม่ดีกว่า ขี้เกียจ!" หญิงสวมแว่นตอบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
"แต่พวกร่างโตเต็มวัยที่พอมีฝีมือมันก็มีอยู่เยอะนะคะ ยังไงก็ลองเลือกๆดูๆไปก่อนละกัน" หญิงที่เดินเข้ามาเสนออีก
"ไว้เลือกได้เมื่อไหร่จะบอกก็แล้วกัน" หญิงสาวแว่นตอบด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นมาหน่อย
แล้วหญิงที่เดินเข้ามาก็เดินออกไปพร้อมกับฮัมเพลงไปพลางๆระหว่างเดิน ส่วนหญิงสวมแว่นนั่งดูจอมอนิเตอร์ที่แสดงชนิดของดิจิมอนร่างโตเต็มวัยซึ่งมีอยู่มากมาย เธอคลิ๊กดูและอ่านข้อมูลพวกดิจิมอนทีละตัว สักพักก็นั่งเซ็งพร้อมกับบ่นอุบอิบ
"โอย..ทำไมมันเยอะจังวะ!!"
แล้วหญิงสาวสวมแว่นผู้ลึกลับก็เสียเวลาทั้งวันไปกับการนั่งเลือกดิจิมอนร่างโตเต็มวัยไปทั้งวัน

ในขณะเดียวกันนั้นเอง พวกไดสุเกะต่างพากันสืบหาสาเหตุที่ dark tower ปรากฏขึ้นอีกครั้ง และยังเปลี่ยนรูปแบบไปอีก แต่พวกเขาก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเลย พวกคู่หูของพวกเขาก็ไม่มข้อมูลอะไรเลยเพราะอยู่กับพวกไดสุเกะที่โลกมาตลอดจึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในโลกดิจิตอล แล้วพวกไดสุเกะก็พยายามติดต่อคุณเก็นไน แต่ก็ไม่สามารถติต่อได้ แม้แต่วิซาร์ดมอนที่เคยช่วยพวกเขาไว้ในครั้งก่อนก็ไม่ได้รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เิกิดขึ้น เคนจึงเสนอให้ไปที่โลกดิจิตอลเพื่อจะสืบหาข้อมูลจากพวกดิจิมอนที่ไม่ตกอยู่ในอำนาจของ dark tower ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย เมื่อวางแผนกันเสร็จแล้ว มิยาโกะก็เปิดดิจิตอลเกทตรงจุดที่ที่มี dark tower น้อยที่สุด เพื่อจะได้ค้นหาพวกดิจิมอนที่ไม่ถูกสะกดจิตได้ง่าย แล้วมิยาโกะก็เลือกเขตป่าแห่งหนึ่ง แล้วทุกคนก็เข้าไปยังโลกดิจิตอล
 
เมื่อทุกคนเข้ามายังโลกดิจิตอลก็พบว่า ป่าที่ตัวเองเลือกนั้นเป็นป่าทึบที่ค่อนข้างน่ากลัว มีแต่ต้นไม้ขนาดใหญ่รูปร่างแปลกๆและมีหมอกเต็มไปหมดและหมอกก็หนาซะจนแสงส่องลงมาแทบไม่ถึงพื้น เมื่อไดสุเกะเห็นบรรยากาศที่หน้าขนลุกก็ขาสั่นจนแทบก้าวขาไม่ออก แต่พอเห็นหน้าฮิคาริแล้วเขาก็ทำท่าเหมือนหายกลัวไปปลิดทิ้ง  แต่ขาเขาก็ยังสั่นอยู่ วีมอนเองก็กลัวเช่นกัน แต่ปาตามอนทำท่าจะกลัวมากกว่าจนน้ำตาแทบไหล แล้วทุกคนก็ต้องตกใจเมื่อมีเสียงพูดมาตามลมและพูดกับพวกเขาซึ่งเป็นเสียงทุ้มต่ำที่ฟังแล้วน่าขนลุก
 
"พวกเจ้าเป็นใคร บอกชื่อของพวกเจ้ามา"
 
เมื่อไดสุเกะและวีมอนได้ยินเสียงนี้ถึงกับกลัวจนก้าวขาไม่ออก ปาตามอนบินไปหลบหลังทาเครุเพราะกลัวสุดขีด มิยาโกะกลัวจนแทบกรี๊ดแต่ก็เอามือปิดปากไว้ อิโอริก็กลัวจนไปหลบอยู่หลังมิยาโกะ ทาเครุยืนนิ่งแต่ในใจลึกๆก็กลัวเช่นกัน ฮิคาริมองรอบๆตัว เธอก็กลัวเหมือนคนอื่นๆ เคนพยายามมองไปตามเสียง แต่เสียงก็สะท้อนมาจากทุกทิศทาง จึงจับทิศทางเสียงไม่ได้
 
"ว่ายังไง ทำไมไม่ตอบ หรือพวกเจ้าคือศัตรู!!!"
 
เสียงนั่นดังขึ้นอีกคร้งและดังกว่าเดิม ไดสุเกะพยายามรวบรวมความกล้าแล้วตอบกลับไป
 
"มะ...มะ...โมโตมิยะ..ดะ...ไดสุเกะ!!"
 
เมื่อไดสุเกะพูดจบ ก็มีเสียงกระซิบมากมายดังขึ้นทั่วบริเวณป่า แต่มีหลายเสียงพูดซ้อนๆกันทำให้ยากที่จะจับใจความเรื่องที่พูดได้ แล้วสักพักเสียงกระซิบก็เงียบหายไป แล้วก็มีเสียงถามพวกไดสุเกะอีก
 
"พวกเจ้าคือเด็กที่ถูกรับเลือกใช่หรือไม่"
 
"ใช่!!" ไดสุเกะตอบทันที
 
แล้วทันใดนั้นหมอกก็เปิดออก เผยให้เห็นเส้นทางเบื้องหน้า ซึ่งระบะห่างออกไปสักหน่อยพวกไดสุเกะเห็นหมู่บ้านของพวกดิจิมอนลางๆ แล้วเสียงลึกลับก็ดังขึ้นอีก
 
"เชิญเข้ามาก่อนสิ"
 
พวกไดสุเกะไม่รอช้า พวกเขารีบวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านทันที แล้วหมอกก็ปิดลงอีกครั้งหนึ่งตามหลังพวกเขามา
 
หมู่บ้านที่เขาเข้ามานี้ยังมีสภาพที่ดีอยู่ พวกดิจิมอนส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในโพรงไม้ของต้นไม้ใหญ่ภายในบริเวณ
ที่ใจกลางของหมู่บ้านมีต้นไมขนาดใหญ่ที่มีผลเชอร์รี่อยู่เต็มไปหมด ทีแรกพวกไดสุเกะกะจะไปเก็บกิน แต่ฮิคาริก็เตือนว่า นี่คือดิจิมอนนะ พวกไดสุเกะจึงไม่กล้าทำอะไร หลังจากนั้นไดสุเกะแล้ววีมอนก็วิ่งรอบต้นไม้ใหญ่เพื่อที่จะหาหน้าของดิจิมอนที่มีรูปร่างเป็นต้นไม้ใหญ่นี้ และเมื่อเขาวิ่งไปอีกด้านของต้นไม้ก็เจอใบหน้าขนาดใหญ่และมีหนวดที่เป็นใบไม้สีเขียวอยู่บนปากด้วย ไดสุเกะและวีมอนตกใจกันยกใหญ่ ก่อนที่จะรวบรวมสติแล้วถามดิจิมอนต้นไม้ใหญ่นี้ไป
 
"คุณเป็นใคร"
 
"ฉันชื่อ Jyureimon เป็นผู้ดูแลและปกป้องที่นี่"
 
แล้วทันใดนั้นมิยาโกะก็เดินเข้ามาหา Jyureimon แล้วพูดถามทันที
 
"คุณพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้บ้างไหม"
 
"ถ้าเรื่องที่มีพวกดิจิมอนอื่นๆออกอาละวาดกับหอคอยประหลาดนั่นฉันไม่ค่อยรู้มากนักหรอก"
 
แล้วมิยาโกะก็ทำสีหน้าแบบผิดหวัง แต่ในขณะที่มิยาโกะกำลังจะเดินจากไป Jyureimon ก็พูดขึ้นอีก
 
"แต่เรื่องพวกนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่ฉันเคยเห็นเมื่อหลายวันก่อน"
 
เมื่อมิยาโกะได้ยินเธอ หน้าตาของเธอก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมกับถามต่อทันทีอย่างรวดเร็ว
 
"แล้วคนพวกนั้นเป็นใครคะ หน้าตาเป็นยังไง แต่งตัวแบบไหน"
 
"โอย ฉันเองก็แก่แล้ว จำอะไรไม่ค่อยได้นักหรอก แต่มีคนคนหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นที่ฉันจำได้ติดตา เพราะคนๆนั้นท่าทางไม่เหมือนคนอื่น" Jyureimon พูดตอบ
 
"งั้นเอาแค่เท่าที่คุณจำได้ก็ได้คะ" มิยาโกะพูดเสริม
 
"คนที่ฉันจำได้ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มที่ฉันเจอเพราะคนๆนั้นสั่งการคนอื่นๆทุกอย่าง คนๆนั้นดูเหมือนจะเป็นผู้หญิง ดูมีอายุมากกว่าพวกเธอ และมีท่าทางที่แปลกไม่เหมือนกับคนอื่นๆ แม้แต่พวกเธอก็ด้วย"
 
แล้ว Jyureimon ก็ไอสองสามครั้งพร้อมกับบ่นเสียงดัง
 
"โอย ฉันนี่ก็แก่มากแล้ว พูดนานๆแล้วคอแห้ง"
 
เมื่อ Jyureimon บ่นเสร็จ มินาโกะก็สั่งให้ไดสุเกะไปเอาน้ำมาให้ Jyureimon แล้วไดสุเกะก็บอกวีมอนต่อ วีมอนทำหน้าไม่พอใจนักแต่ก็รีบวิ่งไปหาน้ำมา อีกประมาณ 5 นาทีต่อมา วีมอนก็วิ่งมาพร้อมกับถังน้ำที่มีน้ำดื่มอยู่เต็มถัง วีมอนส่งถังให้ไดสุเกะแล้วไดสุเกะก็ส่งต่อให้ Jyureimon ดื่ม เมื่อดื่มแล้วเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสดชื่นขึ้นมาหน่อย
 
"อ่า...ขอบใจมาก เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ"
 
"ก็ถึงท่าทางที่ดูแปลกๆ" มิยาโกะตอบ
 
"อ้อ ใช่ๆ คนที่ฉันเจอท่าทางแปลกๆ การเดินดูไม่เหมือนกับคนอื่น เดินเซไปมา บิดตัวงอหงิก เอียงหัวไปมา ดูแล้วเหมือนพวกไม่ค่อยปกตินัก..." Jyureimon เล่าต่อ
 
"เอ่อ แล้วหน้าตา..." ไดสุเกะพูดขัดขึ้น
 
"หน้าตาของคนๆนั้นฉันจำได้แม่นเลยหละ ดูน่ากลัวเหมือนไม่ใช่คน และไม่ใช่พวกดิจิมอนอย่างเราแน่ เธอมีผมสีคล้ายเปลวเพลิง ปากที่ฉีกยิ้มอย่างน่ากลัวตลอดเวลา และดวงตาข้้างซ้ายที่มีสีแดงก่ำ และที่เด่นชัดที่สุด มีรอยแผลเป็นที่ใต้ตาซ้ายยาวลงมาจนเกือบถึงปากของเธอ" Jyureimon เล่าต่อ
 
"แล้วพวกนั้นไม่ทำร้ายคุณบ้างเหรอครับในเมื่อคุณไปเจอพวกนั้นเข้า" ไดสุเกะถามด้วยความสงสัย
 
"ฉันมองคนพวกนั้นผ่านต้นไม้ต้นอื่น เหมือนกับที่มองพวกเธอในป่าไงหละ" Jyureimon ตอบ
 
เมื่อมิยาโกะได้ข้อมูลแล้ว เธอก็ลองหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตดูทันที แต่ไม่มีข้อมูลเลยสักนิด เธอจึงลองส่งข้อมูลไปหาคุณเก็นไนแต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆกลับมา
 
"แล้วในตอนนั้นคนพวกนั้นมาทำอะไรที่นี่คะ" มิยาโกะพูดถาม Jyureimon ในขณะที่รอการตอบกลับจากคุณเก็นไน
 
"ฉันไม่รู้ แต่พอหลังจากคนพวกนั้นออกจากพื้นที่ไป หอคอยประหลาดก็โผล่ขึ้นมา แล้วพวกดิจิมอนที่อยู่รอบนอกหมู่บ้านก็ออกอาละวาด" Jyureimon ตอบด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก
 
แล้วทันใดนั้น อยู่ๆ Jyureimon ก็มองไปทางไดสุเกะอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็ปล่อยลูกเชอร์รี่ใส่พวกไดสุเกะ ไดสุเกะหลบได้อย่างเฉียดฉิว เมื่อเขาตั้งหลักได้เขาก็คิดจะหันไปด่าว่า Jyureimon ทำอะไร แต่ก่อนที่เขาจะพูด เขาก็เห็นสัญลักษณ์บางอย่างปรากฏขึ้นในตำแหน่งที่เดิมเคยอยู่ด้านหลังของไดสุเกะก่อนที่ไดสุเกะจะกระโดดหลบ แล้วในสัญลักษณ์นั้นก็มีรอยของมิติสีดำที่ฉีกขาด มันกว้างพอที่จะส่องทะลุไปเห็นอีกฟากหนึ่ง และมันวางมุมในทิศทางที่มิยาโกะเห็นได้ชัดพอดี มิยาโกะมองเห็นดวงตาส่องออกมาจากในมิตินั้น และเป็นดวงตาสีแดงที่มีม่านตาสีเหลืองอ่อน ดูแล้วราวกับตาของปีศาจ และยังสวมแว่นอีกด้วย แต่มิยาโกะก็มองเห็นแค่ดวงตาดวงเดียวเท่านั้น ไม่ได้เห็นใบหน้าหรืออย่างอื่น
 
"อุ้ยตายละ รู้ตัวจนได้สิ สมกับเป็นคนที่ปกป้องที่นี่จริงๆเลยนะ" เสียงพูดดังขึ้นมาจากในมิตินั้น เป็นเสียงของผู้หญิง น้ำเสียงดูนิ่งและเยือกเย็น แต่ก็พูดแบบเอื่อยๆ
 
"แกเป็นใครกันแน่!!!" ไดสุเกะตะโกนถาม
 
"พูดเบาๆก็ได้ ฉันไม่ได้หูตึง แต่เสียงแกนี่แหละจะทำให้ฉันหูหนวก เรื่องของฉันตอนนี้ไม่จำเป็นที่พวกแกต้องรู้หรอก ไม่นานเดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน ถึงตอนนั้นจะขอนามบัตรฉันเลยก็ไม่ว่ากัน" คนในมิติตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูกวนๆแต่ยังคงดูนิ่งและเยือกเย็นเช่นเคย
 
"กล้ามากนะที่มาสอดแนมในที่ของข้า" Jyureimon พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูโกรธ
 
"ทีแกก็ยังพูดถึงฉันโดยไม่ได้รับอนุญาติเหมือนกันนี่ อย่างนี้เค้าเรียกว่านินทานะ ไม่ดีไม่ดี" เสียงคนในมิติตอบมาแบบกวนๆเช่นเคย
 
"แกต้องการอะไรกันแน่!" ไดสุเกะตะโกนถามอีกครั้ง
 
"เอาไว้เจอกันจะจดในนามบัตรให้ก็แล้วกัน อะ! จริงสิ ฉันลืมไปว่าเพิ่งส่งของกำนัลเล็กๆน้อยๆไปหาพวกแกแล้ว หวังว่าพวกแกคงจะเล่นกับมันให้สนุกหน่อยนะ แล้วฉันจะรอดู"
 
เมื่อเสียงคนจากในมิติพูดจบลง มิตินั้นก็ปิดตัวลง แล้วสัญลักษณ์ตัวอักษรจางๆกลางอากาศก็หายไป ทันใดนั้น Jyureimon ให้พวกดิจิมอนในหมู่บ้านเตรียมการป้องกันหมู่บ้านในทันที พวกดิจิมอนเริ่มนำไม้ในป่ามาเหลาให้แหลม ทำเป็นกำแพงเตี้ยๆรอบหมู่บ้านไว้ป้องกันศัตรูที่จะบุกเข้ามา พวกไดสุเกะก็เข้าไปช่วยด้วย ส่วน Jyureimon ก็คอยสอดส่องบริเวณรอบๆหมู่บ้านโดยมองผ่านต้นไม้ที่มีอยู่โดยรอบหมู่บ้านและได้กางหมอกหนาในบริเวณรอบนอกเพื่ออำพรางศัตรู
 
ในขณะเดียวกัน ณ ที่ปราสาทลึกลับแห่งหนึ่งอันมืดมิด หญิงสาวสวมแว่น ผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีแดงที่ตาข้างซ้ายนั่งอยู่กลางห้องที่มีจอมอนิเตอร์ล้อมรอบอยู่เช่นเคยและเธอทำสีหน้าไม่สบอารมณ์นักเมื่อมองไปที่จอมอนิเตอร์ที่แสดงดิจิมอนร่างโตเต็มวัยทุกชนิดที่มีซึ่งก็มีเป็นหมื่นๆภาพ ทันใดนั้นก็มีหญิงอีกคนเดินเข้ามาแล้วหญิงคนนั้นก็พูดขึ้น
 
"แหม ดูท่าทางเรื่องน่าสนุกจะใกล้เข้ามาแล้วนะคะ"
 
"สนุกกับผีสิ!!!" หญิงสวมแว่นตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม้สบอารมณ์นัก
 
"อ้าว ไหงพูดงั้นหละคะ ก็เห็นพูดกับฝั่งนู้นซะดิบดี" หญิงที่เดินเข้ามาพูดต่อด้วยความสงสัย
 
"ก็พูดๆไปงั้นแหละ ดิจิมอนมีเป็นหมื่นๆ จะให้ฉันมานั่งเลือกได้ทันใจได้ไง ฉันจะรู้ไหมว่าตัวไหนเก่งไม่เก่ง" หญิงสวมแว่นตอบ
 
"เฮ้อ ยังไม่ได้เลือกสินะคะ งั้นเดี๋ยวฉันจะช่วยเลือกให้ ที่นั่นเป็นป่า คงต้องเลือกพวกที่เหมาะกับพืชพรรณหน่อย" หณิงที่เดินเข้ามาพูดพร้อมกับเอามือจิ้มเลื่่อนหารูปดิจิมอนที่ตัวเองต้องการ
 
"อืม..." หญิงสวมแว่นนั่งดูและรอ
 
...ผ่านไป 5 นาที หญิงที่เสนอจะเลือกดิจิมอนให้ก็ยังหาดิจิมอนที่ตัวเองต้องการไม่เจอ จอมอนิเตอร์ก็แสดงแค่ทีละร้อยรูป แต่ดิจิมอนมีเป็นพันเป็นหมื่น ทำให้เธอเสียเวลาหาค่อนข้างนาน แต่แล้วเธอก็หาเจอจนได้ รูปดิจิมอนที่เธอเลือกเป็นดิจิมอนที่เป็นเหมือนท่อนไม้ ตัวมีขนาดใหญ่พอสมควร เมื่อเธอเลือกได้เธอก็พูดขึ้นทันที
 
"เจอแล้วคะ เป็นไงคะตัวนี้"
 
"อืม มันทำให้ฉันรอจนต้มบะหมี่เสร็จไปสองถ้วย ฝีมือคงไม่ธรรมดาใช่ไหม..."
  หญิงสวมแว่นตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉยพร้อมปรุงบะหมี่
 
"งั้นส่งตัวนี้ออกไปนะคะ"
 
"ซู๊ด!!!(เสียงดูดเส้นบะหมี่)..." หญิงสวมแว่นไม่สนใจที่หญิงอีกคนพูดสักเท่าไหร่ หญิงอีกคนจึงกดคำสั่งส่งดิจิมอนที่ตนเองเลือกออกไปทันที
 
และแล้ว ก็มาถึงช่วงดึกของวัน ณ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในป่าลึก พวกดิจิมอนพากันผลัดกันเฝ้ายาม บ้างก็ซ้อมเตรียมรับมือกับผู้บุกรุกที่กำลังจะมาถึง แต่พวกไดสุเกะต่างพากันนอนเพื่อเอาแรงเตรียมที่จะสู้ แต่ในขณะที่นอน ไดสุเกะก็ละเมอบ่นอุบอิบถึงการต่อสู้ที่กำลังจะใกล้เข้ามา
 
"ไหนว่ากำลังจะมา นี่รอมาตลอดวันเลยนะ..."
 
เหตุการณ์ยังคงสงบจนถึงตอนรุ่งสาง ความสงบก็เปลี่ยนเป็นความโกลาหลเมื่ออยู่ๆพื้นบริเวณใจกลางหมู่บ้านก็แยกตัวออกจากกัน แล้วหอคอย dark tower ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับอาวุธปืนมากมายที่กราดยิงใส่พวกดิจิมอนที่อยู่ในบริเวณทันทีที่หอคอยนั้นโผล่ขึ้นมา แล้วก็มีดิจิมอนที่ถูกหอคอยสะกดจิตจำนวนมากโผล่ขึ้นมาจากดินตามรอยแยกนั้นและได้เข้าต่อสู้กับดิจิมอนในพื้นที่ทันที แต่ดิจิมอนในพื้นที่บางตัวได้รับผลกระทบของหอคอย dark tower จนตกอยู่ใต้อำนาจของมันและออกอาละวาดเช่นเดียวกับพวกดิจิมอนที่โผล่ออกมาจากดิน
 
พวกไดสุเกะตื่นขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของพวกดิจิมอน พวกเขาให้คู่หูของตัวเองแปลงร่างทันที วีมอนแปลงเป็นเฟรมดรามอน ฮอร์คมอนแปลงร่างเป็น Holsmon ปาตามอนแปลงร่างเป็นแองเจลมอน ARMADIMON แปลงร่างเป็น Digmon เวิร์มมอนแปลงร่างเป็นสติงมอน เทลมอนสู้โดยไม่ต้องแปลงร่างเช่นเคย
 
แล้วหลังจากนั้นแต่ละคนก็กระจายกันไปสู้กับกลุ่มดิจิมอนที่กำลังอาละวาด แต่ทุกคนก็ลงมือแค่ให้สลบเท่านั้น หลัจากนั้นแต่ละคนก็มุ่งโจมตีหอคอย dark tower ที่โผล่ขึ้นมาทันที แต่แล้ว อยู่ๆ พื้นดินที่ด้านหลังของพวกเขาก็มีรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น แล้วก็มีดิจิมอนขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมา ดิจิมอนตัวนั้นคือ woodmon ที่มีลักษณะตัวเป็นเหมือนขอนไม้ ตัวสูงประมาณ 6 เมตร และทันทีที่ woodmon ปรากฏตัวขึ้นมามันก็ใช้แขนขนาดใหญ่เหวี่ยงไปที่พวกไดสุเกะทันที พวกไดสุเกะไม่ทันตั้งตัวจึงถูกโจมตีไปเต็มๆกันทุกคน และแต่ละคนก็ปลิวไปตามแรงจนกระแทกกับต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วแต่ละคนก็สลบไป เหลือแต่มิยาโกะ อิโอริ  Holsmon และ Digmon ที่ยังพอมีสติเลือนราง เมื่อทั้งสองคนเห็น woodmon เดินเข้ามาใกล้และทำท่าจะเหยียบทุกคน อิโอริก็ให้ digmon ใช้ท่า Big Crack เพื่อทำให้ดินที่ใต้เท้าของ woodmon แยกออก ทำให้ woodmon เสียการทรงตัว แต่ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่จึงไม่มีผลมากนัก และ holsmon ก็ใช้ท่า Tempest Wing พุ่งเข้าใส่กลางตัวของ woodmon ทำให้ woodmon เสียหลักจนล้มลง แต่ woodmon ก็ใช้มือจับ digmon และ holsmon ได้ แล้ว woodmon ก็ไม่ยอมปล่อยทั้งสองไปอีกทั้งยังเริ่มดูดพลังชีวิตของทั้งสองอีกด้วย ทำให้ digmon และ holsmon ไม่มีแรงที่จะสู้ เมื่อทั้งสองหมดพลังจนกลับคืนร่างเดิมและสลบไป woodmon ก็คิดจะปลิดชีพด้วยการบีบให้ตาย มิยาโกะและอิโอริได้แต่ยืนมองแต่เข้าไปช่วยอะไรไม่ได้ แต่แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีผลเชอร์รี่พุ่งเข้ามาใส่หน้าของ woodmon แล้ว woodmon ก็เผลอปล่อยมือ ทำให้ ฮอร์คมอนและ ARMADIMON  รอดตายได้อย่างหวุดหวิด เมื่อ woodmon ตั้งหลักได้อีกครั้งก็ได้เห็นร่างที่ใหญ่ยักษ์ของ Jyureimon ยืนอยู่ตรงหน้า woodmon กลัวจนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ทันใดนั้น Jyureimon ก็พูดขึ้นพร้อมกับอ้าแขนกว้างเตรียมที่จะใช้แขนเหวี่ยงไปที่ woodmon
 
"ออกไปจากหมู่บ้านของข้าซะ!!!"
 
เมื่อพูดจบ Jyureimon ก็เหวี่ยงแขนฟาดไปที่ woodmon ปลิวขึ้นฟ้าไปไกลลิบจนมองไม่เห็น ดูราวกับว่า woodmon กลายเป็นกระดาษไปเลย มิยาโกะและอิโอริงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนฮอร์คมอนและ ARMADIMON  ยังคงสลบอยู่ พวกไดสุเกะตื่นขึ้นมาพอดีแต่พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วต่อจากนั้น Jyureimon  ก็เดินไปยังหอคอย dark tower อย่างช้าๆ ถึงหอคอยจะพยายามโจมตีใส่ด้วยปืนใหญ่แต่ก็ไร้ผล แล้ว Jyureimon  ก็ใช้ผลเชอร์รี่จำนวนมากโจมตีกระหน่ำใส่หอคอย dark tower จนหอคอยระเบิดเป็นปุ๋ยผง แล้วพวกดิจิมอนที่โดนสะกดจิตก็กลับคืนสู่สภาพปกติ บางส่วนที่ยังสลบอยู่ก็ยังคงสลบต่อไป แต่ไม่นานก็ตื่นขึ้นมาแล้วกลับคืนสู่สภาพปกติพร้อมกับงงว่าเกิดอะไรขึ้น พวกไดสุเกะอึ้งกับภาพที่เห็น เขาชื่นชมกับฝีมือของ Jyureimon อยู่พักหนึ่งถึงเขาจะงงอยู่ก็ตาม 
 
ในขณะเดียวกัน ณ ที่ปราสาทลึกลับอันมืดมิด หญิงสวมแว่นยังคงนั่งอยู่ท่ามกลางจอมอนิเตอร์กับผู้หญิงอีกคนที่เดินเข้าห้องนี้มาตั้งแต่ช่วงบ่ายและเป็นคนเลือกดิจิมอนที่ออกไปสู้ ที่จอมอนิเตอร์ฉายแต่ภาพ woodmon ถูก Jyureimon  ฟาดปลิวหายวับไปกับท้องฟ้าซ้ำไปซ้ำมาจนดูแล้วหญิงที่เลือก woodmon นั้นอดหัวเราะไม่ได้เพราะดูแล้วมันตลกดี แต่แล้วหญิงสวมแว่นก็หันหน้ามาทางหญิงอีกคนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท
 
"เก่ง?"
 
"แหม ก็ดันไปเจอพวกร่างสมบูรณ์นี่ ร่างโตเต็มวัยจะเอาอะไรไปสู้" หญิงที่เป็นคนเลือก woodmon ตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วๆลง
 
"คงต้องอัพเลเวลกันหน่อยแล้วหละมั้ง" หญิงสวมแว่นพูดขึ้น
 
"แต่ว่าประสิทธิภาพของ dark tower ยังไม่พร้อมกับพวกร่างสมบูรณ์นะคะ" หญิงที่เป็นคนเลือกดิจิมอนพูดขึ้น
 
"แต่ตามบันทึกที่เรายึดมา คนชื่อดิจิมอนไกเซอเคยทำสำเร็จมาแล้วหนิ" หญิงสวมแว่นพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
 
"แต่ในบันทึกไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับการทดลองของดิจิมอนไกเซอไว้เลย เราจะไปเอาข้อมูลมาจากไหน" หญิงผู้เลือกดิจิมอนแย้งขึ้น
 
"ก็ต้องลองไปถามเจ้าของบันทึกนี้ดู" หญิงสวมแว่นพูดพร้อมกับลุกออกจากเก้าอี้ แล้วเดินออกจากห้องอย่างช้าๆ หญิงอีกคนก็ตามหญิงสวมแว่นไปด้วย หญิงสวมแว่นเดินไปยังชั้นใต้ดินของปราสาทซึ่งเป็นที่ที่เอาไว้ขังนักโทษซึ่งในคุกส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกดิจิมอนที่พวกเธอจับมาทั้งสิ้น แต่ห้องสุดทางเดินนี้ต่างออกไป ในห้องกลับไม่ใช่พวกดิจิมอน แต่ดูเหมือนจะเป็นมนุษย์ หญิงสวมแว่นเดินมาที่ห้องขังนี้ เธอเปิดประตูห้องขังนั้นแล้วเดินเข้าไปหานักโทษที่อยู่ในห้องนี้อย่างช้าๆ เมื่อเดินเข้าไปใกล้พอ เธอก็พูดกับนักโทษที่อยู่ในห้องนี้
 
"ดูจากบันทึกแล้ว...แกชื่อเก็นไนสินะ"
 
เก็นไนยิ้มแสยะให้แต่ไม่พูดอะไร
 
"ฉันมีเรื่องสงสัยในบันทึกของแกนิดหน่อย คงไม่ว่าอะไรนะถ้าฉันจะถาม" หญิงสวมแว่นพูดกับเก็นไนอีกครั้ง
 
แต่เก็นไนก็ถ่าน้ำลายใส่หน้าของหญิงสวมแว่น แต่หญิงสวมแว่นก็เอามือมากันไว้ทัน แล้วเอาไปป้ายหน้าของเก็นไนคืน
 
"ก็ว่าแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่โทษทีนะที่ฉันไม่ได้เอาผ้าเช็ดมือมา" หญิงสวมแว่นพูดพร้อมกับค่อยๆเอามือลูบหน้าของเก็นไนจนไปถึงที่คาง แล้วเธอก็จับคางของเก็นไนอย่างแรงพร้อมกับดันให้หน้าของเก็นไนเงยขึ้นจ้องกับตาของเธอ
 
"บอกเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับการทดลองของดิจิมอนไกเซอมา" หญิงสวมแว่นพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
 
เก็นไนมองไปที่ตาของเธอ เขาสังเกตเห็นตาซ้ายของเธอปรากฏสัญลักษณ์รูปไม้กางเขนคว่ำ เก็นไนพยายามไม่มองตาข้างนั้น แต่มันก็สายไปแล้ว อยู่ๆเขาก็รู้สึกวูบไปโดยไม่รู้ตัว แต่ว่าร่างกายเขายังคงทำงานและบอกเรื่องทุกอย่างที่หญิงคนนั้นต้องการคำตอบโดยที่เก็นไนควบคุมตัวเองไม่ได้เลย หลังจากนั้นหญิงสวมแว่นก็ผลักหัวเขาออกอย่างแรงจนหัวของเขาชนกับกำแพงที่อยู่ด้านหลังแล้วสลบไป ส่วนหญิงสวมแว่นก็เดินออกจากห้องขังแล้วปิดล๊อคห้องไว้ตามเดิม เมื่อเธอเดินออกมาจากห้อง หญิงอีกคนก็เดินเข้ามาถามทันที
 
"เป็นยังไงบ้างคะ"
 
"เจอปัญหาเข้าให้หนะสิ" หญิงสวมแว่นตอบ
 
"ปัญหา?" หญิงอีกคนถาม
 
"ดูเหมือนว่าเจ้าดิจิมอนไกเซอจะทำแค่เพิ่มความสามารถของอุปกรณ์ควบคุมพวกดิจิมอน แต่ของเราใช้กระแสจิตควบคุม มันเพิ่มความสามารถไม่ได้แบบนั้นหนะสิ" หญิงสวมแว่นตอบ
 
"แล้วจะทำยังไงดีหละคะ หรือจะลองเสี่ยงใช้ dark tower ควบคุมพวกร่างสมบูรณ์ดู" หญิงอีกคนเสนอ
 
"ไม่! มันคงไม่ได้ผล" หญิงสวมแว่นพูดตอบ
 
"แล้วจะทำยังไงดีอะ" หญิงอีกคนถาม
 
"ถ้าอยากได้สิ่งที่ต้องการก็ต้องลงมือด้วยตัวเอง" หญิงสวมแว่นพูดพึมพัมกับตัวเอง
 
"เอ๋?" หญิงอีกคนอุทานขึ้น
 
"ไม่ต้องทำเป็นงงหรอก ฉันก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละ อยู่แต่ในที่มืดๆมันไม่ดีต่อสุขภาพ ต้องออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง..." หญิงสวมแว่นพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอารมณ์ดีสุดๆ
 
------------------------------------------------(จบอีกตอน)----------------------------------------------------------

2011/Mar/28

หลังจากที่ฉบับที่แล้วแต่งจนจบแล้วให้เพื่อนอ่าน หลายคนก็ว่าตอนจบโหดร้ายไปนิด ผมจึงแต่งใหม่ลดความโหดลงและจบดีขึ้นหน่อย แต่ก็ยังแต่งเสริมจากดิจิมอนภาค 2 เหมือนเดิม (ไม่รู้เป็นอะไรกับภาคนี้นักหนา แต่งแล้วรู้สึกสนุกดี สงสัยเป็นเพราะเมื่อก่อนติดภาคนี้เหลือเกิน) เชิญติดตามอ่านได้ครับ

***************************************************************************************************

หลังจากที่โลกดิจิตอลสงบลงเมื่อกลุ่มเด็กที่ถูกรับเลือกสามารถปราบ Belial Vamdemon ลงได้ ทั่วโลกเริ่มรู้ถึงการมีตัวตนของโลกดิจิตอลเนื่องมาจากการบุกครั้งใหญ่ของพวกดิจิมอนและการปรากฏตัวของ dark tower บนโลก (ดูในภาค 2 ตอนท้ายๆเอานะ) แม้แต่ทางสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังหันมาศึกษาเกี่ยวกับโลกดิจิตอล และญี่ปุ่นเองก็มีการศึกษาเกี่ยวกับโลกดิจิตอลอย่างจริงจัง และเมื่อโลกรู้ถึงการมีโลกดิจิตอล พวกดิจิมอนที่อาศัยอยู่บนโลกก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป ต่างก็พากันออกมาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ถึงจะดูเป็นจุดเดนในเหล่าหมู่คนบ้างก็ตาม

แต่แล้ว การเปิดเผยตัวตนของโลกดิจิตอลก็ไม่ได้มีผลดีเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อพวกผู้ก่อการร้ายคิดจะใช้ประโยชน์จากโลกดิจิตอล ถึงโดยส่วนใหญ่มักจะถูกปราบลงก่อน แต่แล้วก็ได้มีลัทธิลักลับลัทธิหนึ่งซึ่งเป็นลัทธิที่มีแต่กลุ่มบุคคลที่อันตรายมารวมกลุ่มกันและเมื่อข่าวเรื่องโลกดิจิตอลแพร่หลายออกไป กลุ่มลัทธินี้คิดจะใช้ประโยชน์จากโลกดิจิตอลและได้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับโลกดิจิตอลอย่างลับๆโดยเฉพาะเกี่ยวกับพลังของ dark tower

โมโตมิยะ ไดสุเกะ เด็กหนุ่มซึ่งเป็นหนึ่งในเด็กที่ถูกรับเลือก ตอนนี้เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นและได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตของเขา นั่นก็คือคู่หูของเขา ซึ่งก็คือวีมอนนั่นเอง ในแต่ละวันไดสุเกะจะต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ และวีมอนจะคอยช่วยดูแลบ้านให้กับไดสุเกะ แต่ในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด ไดสุเกะมักจะไปเที่ยวเล่นกับวีมอนเสมอ และบางครั้งเขาก็จะชวนเพื่อนของเขาในกลุ่มเด็กที่ถูกรับเลือกไปด้วย ซึ่งปกติมักจะชวนฮิคาริบ่อยๆซึ่งเธอคือคนที่ไดสุเกะแอบชอบอยู่ แต่ฮิคาริมักจะปฏิเสธเสมอเนื่องจากเธอต้องเรียนพิเศษในวันหยุด
ถึงไดสุเกะจะเป็นคนที่เรียนไม่ค่อยเก่งนัก แต่ด้านกีฬาเขาไม่เป็นรองใครเลย เขาสามารถเอาชนะการแข่งขันฟุตบอลในระดับเขตได้หลายครั้ง ได้ถ้วยรางวัลมาไม่น้อยเลย ยิ่งถ้าฮิคาริมาเชียร์เขาในวันที่แข่งขันยิ่งทำให้ไดสุเกะฮึกเหิมเข้าไปอีก แต่ปกติวีมอนจะมาเชีร์เขาซะเป็นส่วนใหญ่

และแล้ววันหนึ่ง ในขณะที่ไดสุเกะกำลังเรียนวิชาเลขที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายสำหรับเขา เครื่องมือ D-Terminal ของเขาก็มีข้อความเข้า 2 ข้อความ ไดสุเกะไม่รอช้าเขาเปิดอ่านข้อความทันทีในขณะที่อาจารย์กำลังเผลออยู่

"ช่วยพวกเราด้วย!!!"

ข้อความแรก เป็นข้อความขอความช่วยเหลือ จากพวกดิจิมอนในโลกดิจิตอล เมื่อไดสุเกะอ่านข้อความนี้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันที แต่แล้วเขาก็เปิดอ่านข้อความที่สองในเวลาต่อมา

"เจอกันที่สวนสาธารณะ จากฮิคาริ"

ข้อความนี้ทำให้ไดสุเกะรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เขาก็รู้ว่าฮิคาริคงไม่ได้นัดไปเดทแน่ๆแต่อย่างน้อยขอให้เจอคนที่ตัวเองชอบก็คุ้มแล้ว 

เมื่ออ่านข้อความเสร็จ เขาก็แกล้งทำเป็นว่าตัวเองปวดท้องและท้องเสียอย่างแรง อาจารย์จึงอนุญาติให้เขากลับบ้านก่อน (เนียนขั้นเทพ) และเมื่อเขาออกจากโรงเรียนได้สักพัก เขาก็รีบไปที่สวนสาธารณะทันทีตามที่ฮิคาริบอก

เมื่อไดสุเกะไปถึงสวนสาธารณะ เขาก็ได้พบกับกลุ่มเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานหลังจากเรียนจบชั้นประถม ซึ่งก็คือ มิยาโกะ อิโอริ ทาเครุ เคน และคนที่เขาอยากเจอ ฮิคาริก็มาด้วยและเธอก็ยิ้มให้ไดสุเกะหลังจากที่เห็นไดสุเกะ ทำเอาไดสุเกะหน้าแดงไปพักใหญ่ และแต่ละคนก็มาพร้อมกับดิจิมอนคู่หูของตัวเอง มิยาโกะมาพร้อมกับฮอว์คมอน อิโอริมาพร้อมกับ ARMADIMON (ชื่ออ่านยากแฮะ) ทาเครุมาพร้อมกับปาตามอน เคนมาพร้อมกับเวิร์มมอน และฮิคาริมาพร้อมกับเทลมอน หลังจากที่ไดสุเกะหายหน้าแดงแล้ว เขาก็ถามทุกคนทันที

"เกิดอะไรขึ้นที่โลกดิจิตอล"

"ดูเหมือนคนที่นั่นจะส่งข้อมความให้พวกเราทุกคนเลยนะ" ฮิคาริพูดขึ้น

แล้วมิยาโกะก็เอาโน๊ตบุ๊คของเธอขึ้นมาพร้อมกับเปิดขึ้นแล้วหันจอให้ทุกคนดูภาพของโลกดิจิตอลที่มีแต่จุดสีดำอยู่ทั่วทุกบริเวณ และมีสัญลักษณ์รูปไม้กางเขนคว่ำอยู่ในทุกๆที่ที่มีจุดสีดำ แล้วเธอก็อธิบาย

"ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เท่าที่ดูจากนี่ อยู่ๆก็มี dark tower ปรากฏขึ้นมากมาย มันคงจะเกี่ยวข้องกันแน่"

"แล้วสัญลักษณ์ที่อยู่ในจุดสีดำนั่นคืออะไร" เคนถามต่อ

"ฉันก็ไม่รู้ มีทางเดียวที่เราจะรู้ได้ คือต้องไปที่นั่น" มิยาโกะตอบ

"ถ้างั้นจะรออะไรอีกหละ เรารีบไปกันเลย!!!" ไดสุเกะพูดขึ้นมาด้วยท่าทางที่ดูฮึกเหิมและเร่าร้อนสุดขีด

เมื่อไดสุเกะพูดจบ ทุกคนก็เอาดิจิไวซ์ออกมาจ่อที่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค แล้วมิยาโกะก็พูดขึ้น

"ดิจิตอลเกท โอเพ่น!!!" 

แล้วทันใดนั้นทุกคนห็ถูกดูดเข้าไปในโน๊ตบุ๊คแล้วเข้าสู่โลกดิจิตอล

และแล้ว ทุกคนก็มาถึงโลกดิจิตอล ซึ่งพวกเขาได้มาที่หมู่บ้านของพวกดิจิมอนแห่งหนึ่ง แต่หมู่บ้านนั้นเหลือแต่ซากและร่อยรอยการต่อสู้เท่านั้น พวกดิจิมอนต่างหายไปกันหมด มีเสียงการระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆจากที่อื่น เมื่อทุกคนเห็นสภาพรอบัวแล้วต่างก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ และเมื่อแต่ละคนมองไปรอบๆแล้วก็หยุดมองที่จุดๆหนึ่งพร้อมกัน แต่ละคนหยุดมองสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนหอคอยสูงในปราสาทแบบตะวันตกสีดำสนิทและมิยาโกะก็ยืนยันว่ามีสัญญาณของ dark tower มาจากหอคอยนั้น แต่รูปร่างมันไม่ใช่แท่งสี่เหลี่ยมแบบที่พวกเขาเคยเห็นกันมา

"คงเป็นเพราะหอคอยนั่นแน่ๆ เรารีบไปที่นั่นกันเถอะ" ไดสุเกะพูดขึ้น และทุกคนก็เห็นด้วยกับไดสุเกะ

แล้วทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังหอคอยที่เห็น แต่หอคอยนั้นก็อยู่ไกลจากหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่พอสมควร แต่การเดินทางไปยังหอคอยนั้นไม่ง่ายอย่างที่พวกเขาคิด เมื่ออยู่ๆมีพวก Mushmon มาขวางทาง พวกเขาก็ดูเหมือนดิจิมอนปกติทั่วไป แต่เมื่อมิยาโกะถามว่าเกิดอะไรขึ้น พวก Mushmon ก็ปาระเบิดเห็ดใส่ทันทีอย่างไม่บอกกล่าว โชคดีที่พวกไดสุเกะหลบได้ทุกคน แล้วพวก Mushmon ก็พูดขึ้นพร้อมกัน

"พบเจอคนแปลกหน้า ต้องกำจัด!!!"

เมื่อพูดจบ พวก Mushmon ก็กระหน่ำปาระเบิดเห็ดใส่พวกไดสุเกะอย่างไม่ยั้งมือ ไม่เปิดโอกาสให้พวกไดสุเกะโต้กลับเลยแม้แต่น้อย แต่ละคนจึงต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน และในระหว่างนั้นเคนได้สังเกตเห้นว่านยัตาของพวก Mushmon มีแสงสีดำที่เป็นรูปไม้กางเขนคว่ำอยู่ ในขณะที่พวกไดสุเกะกำลังหนีอยู่ ก็มีดิจิมอนมาขวางทางอีก คราวนี้เป็น Wizardmon ทีแรกพวกไดสุเกะคิดว่าเป็นศัตรูอีก แต่ Wizardmon ก็ได้ชี้ทางหนีให้พวกไดสุเกะและให้พวกไดสุเกะตามไป พวกไดสุเกะไมรอช้า แต่ละคนรีบวิ่งตาม Wizardmon ไปทันที จนเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง เมื่อทุกคนเข้าถ้ำแล้ว Wizardmon ก็ได้ร่ายคาถาบางอย่าง ทำให้พวก Mushmon มองไม่เห็นถ้ำนั้นแล้วก็เดินจากไป

หลังจากที่พวกไดสุเกะพักจากการที่วิ่งหนีจนหายเหนื่อยแล้ว มิยาโกะก็ถาม Wizardmon ทันทีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกนั้นถึงมาทำร้ายพวกเรา"

"ฉันก็ไม่รู้ เมื่อก่อนที่นี่ก็สงบสุขดี จนกระทั่งมีหอคอยประหลาดนั่นโผล่ขึ้นมา แล้วอยู่ๆพวก Mushmon ก็อาละวาดขึ้นมา ทำเอาพวกดิจิมอนอื่นๆต่างบาดเจ็บล้มตายกันเป็นจำนวนมาก และส่วนใญ่ก็หนีออกจากหมู่บ้านกันไปหมด" Wizardmon ตอบ

"ดูเหมือนพวก Mushmon จะถูกครอบงำด้วยอะไรบางอย่างนะ" เคนพูดขึ้น

"แต่พวก Mushmon ก็ไม่ได้มีอีวิวริงติดตัวเลยนะ" ฮิคาริพูดแย้งขึ้นมา

"มันอาจจะเป็นเวทย์มนต์บางอย่าง เวทย์มนต์สะกดจิต จากหอคอยนั่น" Wizardmon พูดขึ้น

"อาจจะเป็นแบบที่ Wizardmon พูดก็ได้นะ ฉันเห็นแววตาพวกนั้นมีสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ด้วย เป็นสัญลักษณ์รูปไม้กางเขนคว่ำแบบเดียวกับที่เห็นในแผนที่โลกดิจิตอลก่อนที่พวกเราจะเข้ามา" เคนพูดขึ้น

"เป็นฝีมือใครกัันอีกนะที่ทำเรื่องแบบนี้ได้" ไดสุเกะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูโกรธ

"คงเป็นกลุ่มพวกมนุษย์ที่มาที่โลกนี้ก่อนหน้านี้" Wizardmon พูดขึ้น

"พวกนั้นเป็นใครคะ" ฮิคาริถามต่อ

"ฉันไม่ได้เห็นพวกนั้นด้วยตัวเองหรอก พวกดิจิมอนเล่าต่อๆกันมาหนะ" Wizardmon ตอบ

"จะเป็นใครก็ช่าง ตอนนี้เราต้องทำลายหอคอยบ้านั่นก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง" ไดสุเกะพูดขึ้น

"แต่ข้างนอกมีแต่พวก Mushmon อยู่เต็มไปหมด และหอคอยนั่นก็อยู่อีกไกล กว่าเราจะไปถึงที่นั่นอีก" เคนพูดแย้ง

"ในถ้ำนี้มีอุโมงที่เชื่อมต่อไปยังจุดที่ใกล้หอคอยนั้น แต่หอคอยนั้นมีการคุ้มกันที่แน่นหนามาก" Wizardmon พูดขึ้น

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะจัดการพวกมันให้หมดเอง" ไดสุเกะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ วีมอนก็ทำท่าจะสู้เช่นกัน

แล้วทุกคนก็ทำท่าทางจะร่วมต่อสู้กับไดสุเกะ แล้วเริ่มเดินไปตามถ้ำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้ถึงทางออกของถ้ำ แต่ละคนก็ให้คู่หูของตนเองแปลงร่างทันทีด้วย digimental (ยกเว้นทาเครุ ฮิคาริ และเคน)

ไดสุเกะให้วีมอนแปลงร่างเป็น เฟรมดรามอน มิยาโกะให้ฮอร์คมอนแปลงร่างเป็น Holsmon ทาเครุให้ปาตามอนแปลงร่างเป็นแองเจลมอน อิโอริให้ 
ARMADIMON แปลงร่างเป็น Digmon และเคนให้เวิร์มมอนแปลงร่างเป็นสติงมอน ส่วนฮิคาริให้เทลมอนสู้โดยไม่ต้องแปลงร่าง เมื่อแต่ละคนให้ดิจิมอนคู่หูแปลงร่างกันแล้ว พวก Mushmon ก็พากันมาล้อมหน้าปากทางออกจากถ้ำไว้เนื่องจากเห็นแสงจากการแปลงร่าง แต่แล้วในขณะที่พวก Mushmon กำลังเตรียมการโจมตี พื้นดินที่ใต้เท้าของพวก Mushmon ก็ได้เกิดการสั่นสะเทือนจนพวก Mushmon เสียหลักซึ่งเป็นฝีมือของ digmon และต่อจากนั้นแองเจลมอนก็บินไปโจมตีพวก Mushmon ด้วยกระบองจนพวก Mushmon สลบไป แต่การโจมตีของพวก Mushmon ยังไม่หมด หอคอยที่อยู่ใกล้ปากถ้ำเริ่มเปลี่ยนแปลง ที่ยอดมีปืนใหญ่โผล่ขึ้นมาและเล็งไปยังพวกไดสุเกะ และตามส่วนต่างๆของหอคอย หน้าต่างได้เปิดขึ้นและมีปืนกลหนักโผล่ออกมามากมาย ปืนแต่ละกระบอกมีพวก Mushmon ควบคุมอยู่ แล้วปืนทุกกระบอกก็กระหน่ำยังมาที่พวกไดสุเกะทันที แต่ละคนจึงต้องพยายามหลบกระสุน แต่เทลมอนที่ตัวเล็กและตกเป็นเป้าได้ยากได้เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ได้พยายามเข้าหาปืนแต่ละกระบอกและเทลมอนก็ดจมตีพวก Mushmon ที่คุมปืนกลอยู่จนทำให้การโจมตีจากหอคอยลดลง แต่แล้ว ปืนใหญ่ที่อยู่บนยอดหอคอยก็ยังยิงใส่ไดสุเกะอย่างไม่ยั้งและเทลมอนก็ไปไม่ถึงปืนใหญ่นั้น แต่แล้วเฟรมดรามอนก็ได้ช่วยไดสุเกะ ด้วยการใช้ท่า Knuckle Fire ปล่อยลูกไฟใส่ลูกกระสุนปืนใหญ่ทำให้ลูกกระสุนปืนใหญ่ระเบิดอยู่กลางอากาศ ในขณะที่เฟรมดรามอนรับการโจมตีจากลูกกระสุนปืนใหญ่อยู่ สติงมอนก็ได้บินไปบนฟ้าแล้วพุ่งเข้าหา Mushmon ที่ควบคุมปืนใหญ่อยู่แล้วก็โจมตีใส่ Mushmon ทันที ทำให้ปืนใหญ่หยุดการโจมตี แล้วทันใดนั้น เฟรมดรามอนก็ได้ใช่ท่า Fire Rocket พุ่งเข้าใส่หอคอยสีดำทันทีจนหอคอยพังทลายลงมา ซากของหอคอยสลายหายไปทันทีที่พังลงมาหมด ทันใดนั้นพวก Mushmon ต่างก็ฟื้นคืนสติและทำท่างงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะจำอะไรไม่ได้เลย ส่วนพวกไดสุเกะก็ให้คู่หูกลับคืนสู่ร่างเดิมและช่วยกันฟื้นฟูหมู่บ้านก่อนที่จะกลับไปยังโลกเดิมในตอนใกล้ค่ำ

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ณ ที่ปราสาทภายใต้เงามืดแห่งหนึ่ง หญิงสาวสวมแว่นคนหนึ่งได้หัวเราะเบาๆอย่างดีใจภายในห้องที่มืดและมองจอมอนิเตอร์หลักที่ดับไปพร้อมกับการถล่มของหอคอยสีดำ และมีจอมอนิเตอร์เล็กๆอีกมากมายที่อยู่รอบจอมอนิเตอร์หลักซึ่งแต่ละจอก็ได้ฉายภาพเฟรมดรามอนที่ถูกอัดภาพไว้ และผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นมา

"หิๆๆ...ในที่สุดก็มาแล้ว คนที่จะฆ่าฉันได้"

"แหม อย่าพูดอย่างงั้นสิคะ ไม่มีใครฆ่าคุณได้หรอก" เสียงผู้หญิงอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องที่มืดสนิทและมีแต่แสงจากจอมอนิเตอร์เท่านั้น

"มันก็ไม่แน่หรอก เกมส์เพิ่งเริ่ม และจะจบแบบไหนกันนะ แต่มันสำคัญตรงที่ฉันจะถูกพวกนั้นฆ่าได้ไหม" หญิงสวมแว่นพูดขึ้นอีก

"พูดแบบนี้อีกแล้ว ไม่ดีนะคะไม่ดี" หญิงที่เดินเข้ามาพูดอีก

"แต่ถ้าพวกนั้นทำให้ฉันผิดหวังหละก็..." หญิงสวมแว่นพูดต่ออีกแบะพูดทิ้งท้ายไว้

"ว่าแต่ในจอนี่คืออะไรคะ ดูน่ารักดีนะ" หญิงที่เดินเข้ามาในห้องพูดพร้อมกับเดินไปดูที่จอมอนิเตอร์เล็กที่มีแต่รูปเฟรมดรามอน

"คนที่จะฆ่าฉันได้ไงหละ" หญิงสวมแว่นพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น

"คุณจะยอมให้มันฆ่าเหรอ" หญิงสาวที่กำลังมองรูปเฟรมดรามอนพูดอีก

"ไม่หรอก เกมส์แค่เพิ่งเริ่มเท่านั้น จะสนุกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกนั้นหละนะ ฮ่าๆๆ!!!" หญิงสวมแว่นพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจะดีใจสุดขีด

แล้วหญิงอีกคนก็เดินออกจากห้องไป เหลือแต่หญิงสวมแว่นนั่งมอจอมอนิเตอร์อยู่ในห้องที่มืดสนิท เธอมองไปที่รูปเฟรมดรามอนบนจอมอนิเตอร์เล็กและเธอก็ได้เอารูปที่โฟกัสหน้าของเฟรมดรามอนชัดที่สุดขึ้นจอใหญ่ เธฮนั่งเงียบดูรูปอยู่ครู่หนึ่งแล้วเธอก็พูดขึ้นมาเบาๆ

"อีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้ว อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ...หิๆๆ"

----------------------------------------------(จบ 1 ตอน)--------------------------------------------------